ขตสูตร (อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต อนัตตรวัตถุวรรคที่ ๑ หัวข้อ ๙) ได้กล่าวถึงคุณลักษณะของบุคคลสองประเภท คือ คนพาล และ บัณฑิต โดยเน้นย้ำถึงผลลัพธ์ที่ตามมาจากการกระทำทางกาย วาจา และใจ
พระพุทธองค์ทรงอธิบายว่า คนพาล หรือคนที่ไม่ฉลาด ย่อมสร้างความเสียหายและทำลายตนเอง อีกทั้งยังสมควรถูกตำหนิ ติเตียนจากวิญญูชน และเต็มเปี่ยมไปด้วยอกุศลธรรมมากมาย สาเหตุมาจากคุณสมบัติ ๓ ประการ ดังนี้:
- ทุจริตทางกาย: การประพฤติชั่วทางกาย เช่น การฆ่าสัตว์ การลักทรัพย์ และการประพฤติผิดในกาม
- ทุจริตทางวาจา: การประพฤติชั่วทางวาจา เช่น การพูดเท็จ การพูดส่อเสียด การพูดคำหยาบ และการพูดเพ้อเจ้อไร้สาระ
- ทุจริตทางใจ: การประพฤติชั่วทางใจ เช่น การคิดโลภเพ่งเล็งทรัพย์ของผู้อื่น การคิดพยาบาทปองร้าย และการมีความเห็นผิด (มิจฉาทิฐิ)
เมื่อคนพาลมีคุณสมบัติทั้งสามนี้ ย่อมทำให้ตนเองตกอยู่ในสภาพที่แตกหักเสียหาย สมควรถูกตำหนิ และสั่งสมแต่ความชั่วความทุกข์ให้กับตนเอง
ในทางตรงกันข้าม บัณฑิต หรือผู้มีปัญญา ย่อมรักษาตนเองให้บริสุทธิ์ผ่องใส ไม่เสียหาย ไม่สมควรถูกตำหนิ ติเตียนจากวิญญูชน และเต็มเปี่ยมไปด้วยกุศลธรรมอันมากมาย สาเหตุมาจากคุณสมบัติ ๓ ประการ ดังนี้:
- สุจริตทางกาย: การประพฤติดีทางกาย เช่น การงดเว้นจากการฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ และประพฤติผิดในกาม
- สุจริตทางวาจา: การประพฤติดีทางวาจา เช่น การพูดความจริง การพูดคำอ่อนโยน การพูดคำปรองดอง และการพูดจามีประโยชน์
- สุจริตทางใจ: การประพฤติดีทางใจ เช่น การไม่โลภเพ่งเล็งทรัพย์ผู้อื่น การไม่คิดพยาบาท และการมีความเห็นชอบ (สัมมาทิฐิ)
เมื่อบัณฑิตมีคุณสมบัติทั้งสามนี้ ย่อมทำให้ตนเองสมบูรณ์ ไม่ถูกตำหนิ และสั่งสมแต่ความดีความสุข
ใจความสำคัญของขตสูตรนี้จึงเน้นย้ำว่า การกระทำทางกาย วาจา และใจ เป็นตัวกำหนดสภาพของบุคคลว่าจะนำไปสู่ความเสื่อมเสียหรือความเจริญ ไม่ว่าจะดีหรือร้าย ล้วนเป็นผลมาจากการเลือกประพฤติปฏิบัติตนของแต่ละบุคคลเอง
อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →
แสดงความคิดเห็น
แบ่งปันข้อสังเกต คำถาม หรือข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับขตสูตร