สวิฏฐสูตร (AN 3.21) กล่าวถึงการสนทนาธรรม ณ กรุงสาวัตถี ในพระเชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกเศรษฐี ระหว่างท่านพระสารีบุตร ท่านพระสวิฏฐะ และท่านพระมหาโกฏฐิตะ เกี่ยวกับบุคคล 3 ประเภทที่ปรากฏในโลก และใครคือผู้ที่ประเสริฐที่สุด
บุคคล 3 ประเภทที่ถูกกล่าวถึง ได้แก่:
- กายสักขี (The Direct Witness): บุคคลผู้มีสมาธิเป็นพิเศษ
- ทิฏฐิปัตตะ (The One Attained to View): บุคคลผู้มีปัญญาเป็นพิเศษ
- สัทธาวิมุตติ (The One Freed by Faith): บุคคลผู้มีศรัทธาเป็นพิเศษ
ในบทสนทนานั้น:
- ท่านพระสารีบุตรถามท่านพระสวิฏฐะว่าใครประเสริฐที่สุด ท่านพระสวิฏฐะตอบว่า สัทธาวิมุตติ เพราะมีอินทรีย์คือศรัทธาเป็นพิเศษ
- ท่านพระสารีบุตรถามท่านพระมหาโกฏฐิตะว่าใครประเสริฐที่สุด ท่านพระมหาโกฏฐิตะตอบว่า กายสักขี เพราะมีอินทรีย์คือสมาธิเป็นพิเศษ
- ท่านพระมหาโกฏฐิตะถามท่านพระสารีบุตรว่าใครประเสริฐที่สุด ท่านพระสารีบุตรตอบว่า ทิฏฐิปัตตะ เพราะมีอินทรีย์คือปัญญาเป็นพิเศษ
เมื่อแต่ละท่านได้แสดงทัศนะของตนแล้ว ทั้งสามจึงพากันไปเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า เพื่อกราบทูลเรื่องที่สนทนากัน พระพุทธเจ้าตรัสว่า “ในเรื่องนี้ สารีบุตร การที่จะระบุอย่างเด็ดขาดว่าบุคคลใดบุคคลหนึ่งในสามประเภทนี้ประเสริฐที่สุดนั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย”
พระองค์ทรงอธิบายเพิ่มเติมว่า:
- บางกรณี สัทธาวิมุตติ อาจกำลังปฏิบัติเพื่อบรรลุความเป็นพระอรหันต์ ในขณะที่กายสักขีและทิฏฐิปัตตะเป็นเพียงพระสกทาคามีหรือพระอนาคามี
- บางกรณี กายสักขี อาจกำลังปฏิบัติเพื่อบรรลุความเป็นพระอรหันต์ ในขณะที่สัทธาวิมุตติและทิฏฐิปัตตะเป็นเพียงพระสกทาคามีหรือพระอนาคามี
- บางกรณี ทิฏฐิปัตตะ อาจกำลังปฏิบัติเพื่อบรรลุความเป็นพระอรหันต์ ในขณะที่สัทธาวิมุตติและกายสักขีเป็นเพียงพระสกทาคามีหรือพระอนาคามี
ดังนั้น พระพุทธเจ้าจึงทรงชี้ให้เห็นว่า การจะตัดสินว่าใครประเสริฐที่สุดนั้น ขึ้นอยู่กับระดับความก้าวหน้าทางธรรมและผลการปฏิบัติที่บุคคลนั้นกำลังบรรลุอยู่ ไม่ใช่แค่เพียงประเภทของอินทรีย์ที่โดดเด่นเท่านั้น โดยการบรรลุความเป็นพระอรหันต์ คือเป้าหมายสูงสุดที่สำคัญ.
อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →
ปรับปรุงข้อมูลล่าสุดวันที่ 2026-05-29
แสดงความคิดเห็น
แบ่งปันข้อสังเกต คำถาม หรือข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสวิฏฐสูตร