The Four Great Kings (1st)
ในจตุมหาราชสูตรนี้ พระพุทธเจ้าทรงแสดงถึงการสอดส่องดูแลโลกมนุษย์ของทวยเทพในวันอุโบสถ (วัน ๘ ค่ำ, ๑๔ ค่ำ, และ ๑๕ ค่ำแห่งปักษ์) โดยมีลำดับดังนี้: ในวัน ๘ ค่ำ เหล่าอำมาตย์และปุโรหิตของท้าวมหาราชทั้งสี่จะท่องเที่ยวไปในโลก เพื่อสังเกตว่ามนุษย์ส่วนใหญ่บำรุงบิดามารดา สมณพราหมณ์ เคารพผู้ใหญ่ รักษาอุโบสถศีล และทำบุญหรือไม่
ในวัน ๑๔ ค่ำ พระโอรสของท้าวมหาราชทั้งสี่จะทำหน้าที่เช่นเดียวกัน และในวัน ๑๕ ค่ำ ซึ่งเป็นวันอุโบสถใหญ่ ท้าวมหาราชทั้งสี่พระองค์เองจะเสด็จลงมาตรวจดูโลก หากพบว่ามีมนุษย์เพียงส่วนน้อยที่ประพฤติธรรม ท้าวมหาราชจะกราบทูลต่อเหล่าเทพชั้นดาวดึงส์ ทำให้เทพเหล่านั้นไม่สบายใจ เกรงว่าหมู่เทพจะลดน้อยลง ส่วนหมู่ยักษ์อสุรกายจะเพิ่มขึ้น แต่หากพบว่ามีมนุษย์จำนวนมากประพฤติธรรม เหล่าเทพก็จะยินดี เพราะหมายถึงหมู่เทพจะเพิ่มพูนและหมู่ยักษ์จะลดน้อยลง
ครั้งหนึ่ง ท้าวสักกะจอมเทพ ทรงแนะนำเหล่าเทพชั้นดาวดึงส์ให้ประพฤติอุโบสถศีล ๘ ประการ ในวัน ๘ ค่ำ, ๑๔ ค่ำ และ ๑๕ ค่ำ โดยตรัสว่า “ผู้ใดหวังจะเหมือนเรา พึงรักษาอุโบสถศีล ๘ ให้บริบูรณ์” อย่างไรก็ตาม พระพุทธเจ้าทรงวิจารณ์ว่าคาถานี้ของท้าวสักกะยังตรัสได้ไม่ดีนัก เพราะท้าวสักกะยังคงมี ความโลภ ความโกรธ และความหลง อยู่
แต่สำหรับภิกษุผู้เป็นพระอรหันต์ ผู้สิ้นอาสวะแล้ว ผู้ได้บรรลุเป้าหมายสูงสุดแห่งการประพฤติพรหมจรรย์ ผู้หมดสิ้นกิเลสและเครื่องผูกพัน จึงเหมาะสมอย่างยิ่งที่จะกล่าวคาถาเดียวกันนี้ เพื่อชวนผู้อื่นรักษาอุโบสถศีล เพราะพระอรหันต์นั้น ปราศจากความโลภ ความโกรธ และความหลง อย่างสิ้นเชิง การกล่าวสอนของพระอรหันต์จึงบริสุทธิ์และเปี่ยมด้วยคุณค่าอย่างแท้จริง พระสูตรนี้จึงเน้นย้ำความสำคัญของการทำความดี รักษาอุโบสถศีล และความบริสุทธิ์ของผู้สอน
อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →
แสดงความคิดเห็น
แบ่งปันข้อสังเกต คำถาม หรือข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับจตุมหาราชสูตร