Paribbājakasutta

ปริพพาชกสูตร

A Wanderer

ข้อมูล ปริพพาชกสูตร
พระไตรปิฎกเล่มที่ 20
นิกายอังคุตรนิกาย
ผู้แสดงธรรมพระพุทธเจ้า
ผู้ฟังพราหมณ์ปริพาชก
สถานที่พระเชตวัน กรุงสาวัตถี
อ่านพระสูตรปริพพาชกสูตร →

สรุปเนื้อหา ปริพพาชกสูตร

ในปริพพาชกสูตร (AN3.54) นี้ พราหมณ์ปริพพาชกได้เข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคและทูลถามถึงลักษณะของธรรมะที่เรียกว่าเป็น สันทิฏฐิโก (เห็นได้ด้วยตนเองในปัจจุบัน), อกาลิโก (ไม่ประกอบด้วยกาล), เอหิปัสสิโก (ควรเรียกให้มาดู), โอปนยิโก (ควรน้อมเข้ามา), และ ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหิ (อันวิญญูชนพึงรู้ได้เฉพาะตน) ว่าเป็นอย่างไร

พระผู้มีพระภาคตรัสอธิบายโดยยกตัวอย่างกิเลส ๓ ประการ คือ โลภะ โทสะ โมหะ:

  • เมื่อบุคคลผู้ถูกโลภะครอบงำ ย่อมคิดเบียดเบียนตนเอง ผู้อื่น หรือทั้งสองฝ่าย ทำให้เกิดทุกข์ใจและเสียใจ เขาย่อมประพฤติทุจริตทางกาย วาจา ใจ และไม่สามารถเข้าใจประโยชน์ตน ประโยชน์ผู้อื่น หรือประโยชน์ทั้งสองฝ่ายได้อย่างแท้จริง แต่เมื่อใดที่โลภะถูกละทิ้งไปแล้ว เขาย่อมไม่คิดเบียดเบียนผู้อื่น ไม่ประพฤติทุจริต และสามารถเข้าใจประโยชน์อย่างแท้จริงได้ ทำให้ไม่ประสบทุกข์และเสียใจอีกต่อไป
  • ในทำนองเดียวกัน เมื่อบุคคลผู้ถูกโทสะครอบงำ ย่อมคิดเบียดเบียน ประพฤติทุจริต และไม่เข้าใจประโยชน์ แต่เมื่อใดที่โทสะถูกละทิ้งไป ย่อมไม่เบียดเบียน ไม่ทุจริต และเข้าใจประโยชน์อย่างแท้จริง
  • และเมื่อบุคคลผู้ถูกโมหะครอบงำ ย่อมคิดเบียดเบียน ประพฤติทุจริต และไม่เข้าใจประโยชน์ แต่เมื่อใดที่โมหะถูกละทิ้งไป ย่อมไม่เบียดเบียน ไม่ทุจริต และเข้าใจประโยชน์อย่างแท้จริง

พระพุทธองค์ทรงสรุปว่า ด้วยอาการอย่างนี้แล ที่ธรรมะเป็น สันทิฏฐิโก, อกาลิโก, เอหิปัสสิโก, โอปนยิโก, ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหิ เพราะผลของการมีอยู่หรือการละทิ้งกิเลสเหล่านี้ ปรากฏชัดเจนและสามารถประจักษ์ได้ด้วยตนเองในชีวิตปัจจุบัน

เมื่อปริพพาชกได้ฟังพระธรรมเทศนาเช่นนี้ ก็เกิดความเลื่อมใสอย่างยิ่ง และประกาศตนเป็นอุบาสกผู้ถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะตลอดชีวิต

อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →
ปรับปรุงข้อมูลล่าสุดวันที่ 2026-05-29
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka