Nibbutasutta

นิพพุตสูตร

Extinguished

ข้อมูล นิพพุตสูตร
พระไตรปิฎกเล่มที่ 20
นิกายอังคุตรนิกาย
ผู้แสดงธรรมพระพุทธเจ้า
ผู้ฟังชานุสโสณิพราหมณ์
สถานที่พระเชตวัน กรุงสาวัตถี
อ่านพระสูตรนิพพุตสูตร →

สรุปเนื้อหา นิพพุตสูตร

พระสูตรนี้กล่าวถึงการสนทนาระหว่างพระพุทธเจ้าและพราหมณ์ชานุสโสณี ซึ่งพราหมณ์ได้ทูลถามถึงความหมายของ "นิพพานเป็นสิ่งที่เห็นได้ด้วยตนเองในปัจจุบันชาติ" (สันทิฏฐิโก) และคุณสมบัติอื่น ๆ อันได้แก่ "ให้ผลไม่จำกัดกาล" (อกาลิโก), "ควรเรียกมาดู" (เอหิปัสสิโก), "ควรน้อมเข้ามา" (โอปนยิโก) และ "เป็นสิ่งที่วิญญูชนพึงรู้ได้เฉพาะตน" (ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหิ) ว่ามีลักษณะอย่างไร

พระพุทธเจ้าทรงอธิบายว่า การที่บุคคลจะประจักษ์แจ้งถึงนิพพานในปัจจุบันชาตินั้น ให้พิจารณาจากอาการของบุคคลที่ถูกกิเลสครอบงำเปรียบเทียบกับบุคคลที่ละกิเลสได้แล้ว โดยยกตัวอย่างจากกิเลสหลัก ๓ ประการคือ ความโลภ, ความโกรธ และ ความหลง:

  • บุคคลผู้มีความโลภ: เมื่อถูกความโลภครอบงำ ย่อมมีเจตนาเบียดเบียนตนเอง ผู้อื่น หรือทั้งสองฝ่าย ทำให้ประสบกับทุกข์ทางใจและความเศร้าหมอง
  • เมื่อละความโลภได้: ย่อมไม่มีเจตนาเบียดเบียนตนเอง ผู้อื่น หรือทั้งสองฝ่ายอีกต่อไป และไม่ประสบกับทุกข์ทางใจหรือความเศร้าหมองใด ๆ นี่แหละคือการเห็นนิพพานในปัจจุบันชาติ
  • บุคคลผู้มีความโกรธ/เกลียดชัง: เมื่อถูกความโกรธครอบงำ ย่อมมีเจตนาเบียดเบียนตนเอง ผู้อื่น หรือทั้งสองฝ่าย และประสบกับทุกข์ทางใจและความเศร้าหมอง
  • เมื่อละความโกรธได้: ย่อมไม่มีเจตนาเบียดเบียนตนเอง ผู้อื่น หรือทั้งสองฝ่ายอีกต่อไป และไม่ประสบกับทุกข์ทางใจหรือความเศร้าหมองใด ๆ นี่ก็คือการเห็นนิพพานในปัจจุบันชาติเช่นกัน
  • บุคคลผู้มีความหลง: เมื่อถูกความหลงครอบงำ ย่อมมีเจตนาเบียดเบียนตนเอง ผู้อื่น หรือทั้งสองฝ่าย และประสบกับทุกข์ทางใจและความเศร้าหมอง
  • เมื่อละความหลงได้: ย่อมไม่มีเจตนาเบียดเบียนตนเอง ผู้อื่น หรือทั้งสองฝ่ายอีกต่อไป และไม่ประสบกับทุกข์ทางใจหรือความเศร้าหมองใด ๆ นี่ก็คือการเห็นนิพพานในปัจจุบันชาติ

พระพุทธเจ้าทรงสรุปว่า การที่บุคคลได้สัมผัสและประสบกับการดับสิ้นไปของ ความโลภ ความโกรธ และความหลง โดยปราศจากสิ่งตกค้าง นั่นแหละคือลักษณะของนิพพานที่ปรากฏชัดในปัจจุบันชาติ ให้ผลในทันที ควรค่าแก่การพิจารณา น้อมนำมาปฏิบัติ และเป็นสิ่งที่วิญญูชนย่อมรู้แจ้งได้ด้วยตนเอง

เมื่อได้ฟังคำอธิบายเช่นนั้น พราหมณ์ชานุสโสณีเกิดความเลื่อมใสเป็นอย่างยิ่ง จึงเปล่งวาจาชื่นชมและขอถึงพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งตลอดชีวิต ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นไป

อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →
ปรับปรุงข้อมูลล่าสุดวันที่ 2026-05-29
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka