Training (3rd)
พระสูตรตติยสิกขาสูตรนี้กล่าวถึงพระวินัยและศีลกว่า 150 ข้อที่ภิกษุพึงท่องและฝึกฝนในทุกกึ่งเดือน ซึ่งภิกษุผู้ประสงค์ความรู้แจ้งฝึกฝนกัน โดยสรุปแล้ว พระพุทธองค์ตรัสว่าศีลทั้งหมดนี้รวมอยู่ใน ไตรสิกขา ได้แก่
ภิกษุผู้บำเพ็ญศีล สมาธิ และปัญญาอย่างสมบูรณ์ อาจมีการล่วงละเมิดสิกขาบทเล็กน้อยและเบาบ้าง แต่สามารถแก้ไขให้กลับคืนได้ พระพุทธองค์ไม่ตรัสว่าท่านเหล่านั้นไม่สามารถแก้ไขได้ สิ่งสำคัญคือการดำรงตนมั่นคงในสิกขาบทที่เป็นรากฐาน เหมาะสมกับพรหมจรรย์ ท่านจะประจักษ์แจ้งถึง เจโตวิมุตติ ปัญญาวิมุตติ อันไม่มีอาสวะได้ในปัจจุบันชาติ และอยู่ด้วยการทำให้แจ้งนั้นด้วยปัญญาอันยิ่งของตนเอง เพราะสิ้นอาสวะแล้ว
หากยังไม่บรรลุอรหัตผล ก็จะยังคงเป็นพระอนาคามี ผู้ละสังโยชน์เบื้องต่ำ ๕ ประการได้แล้ว ซึ่งมี ๕ ประเภท ได้แก่ ผู้ปรินิพพานในระหว่าง, ผู้ปรินิพพานเมื่อไปถึง, ผู้ปรินิพพานโดยไม่ต้องใช้ความเพียร, ผู้ปรินิพพานโดยใช้ความเพียร, และผู้มีกระแสในเบื้องบนไปสู่ภพภูมิอักกนิฏฐา
หากยังไม่ถึงขั้นอนาคามี ก็เป็นพระสกทาคามี ผู้ละสังโยชน์ ๓ ประการ และทำให้ราคะ โทสะ โมหะ เบาบาง จะกลับมาเกิดในโลกนี้อีกเพียงครั้งเดียวแล้วจึงทำที่สุดแห่งทุกข์
หากยังไม่ถึงขั้นสกทาคามี ก็เป็นพระโสดาบัน ผู้ละสังโยชน์ ๓ ประการ ซึ่งมี ๓ ประเภท ได้แก่ พระโสดาบันเอกพีชี (เกิดอีกครั้งเดียวในภพมนุษย์), พระโสดาบันโกลังโกละ (เวียนว่ายใน ๒-๓ ตระกูลแล้วทำที่สุดแห่งทุกข์), และพระโสดาบันสัตตักขัตตุปรมะ (เวียนว่ายอย่างมาก ๗ ครั้งในภพเทวดาและมนุษย์แล้วทำที่สุดแห่งทุกข์)
ดังนั้น พระพุทธองค์จึงตรัสว่า ภิกษุทั้งหลาย หากประพฤติปฏิบัติอย่างสมบูรณ์ก็ย่อมประสบความสำเร็จอย่างสมบูรณ์ หากประพฤติปฏิบัติเพียงบางส่วนก็ย่อมประสบความสำเร็จเพียงบางส่วน แต่ไม่ว่าจะกรณีใดก็ตาม สิกขาบทเหล่านี้ย่อมไม่เป็นหมัน พระองค์ตรัสไว้
อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →