The Longer Discourse on the Ending of Cr
มหาตัณหาสังขยสูตร (มัชฌิมนิกาย เล่ม ๓๘) เป็นพระสูตรที่พระพุทธองค์ทรงแสดงเพื่อแก้ไขมิจฉาทิฏฐิของพระสาติ ผู้เป็นบุตรชาวประมง ซึ่งมีความเห็นผิดว่า "วิญญาณนี้นั่นแหละ ย่อมท่องเที่ยว แล่นไป ไม่ใช่อื่น" พระสาติเชื่อว่าวิญญาณเป็นอัตตาเที่ยงแท้ที่จะเดินทางข้ามภพภูมิไปเรื่อยๆ
พระพุทธเจ้าได้ทรงตำหนิพระสาติว่าได้บิดเบือนคำสอนของพระองค์ โดยตรัสย้ำว่าพระองค์ทรงแสดงไว้หลายนัยว่า "วิญญาณเกิดขึ้นโดยอาศัยปัจจัย" และ "ความเกิดขึ้นแห่งวิญญาณย่อมไม่มีได้หากปราศจากปัจจัย" วิญญาณนั้นเกิดขึ้นและถูกนับตามปัจจัยที่อาศัยเกิด เช่น จักขุวิญญาณ (การเห็น) เกิดขึ้นโดยอาศัยตาและรูป เป็นต้น พระองค์ทรงเน้นย้ำเรื่องปฏิจจสมุปบาท เพื่อแสดงว่าสรรพสิ่งล้วนอาศัยกันและกันเกิดขึ้น ไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นอย่างโดดเดี่ยวหรือมีแก่นสารเที่ยงแท้
พระสูตรนี้ได้อธิบายวงจรปฏิจจสมุปบาททั้งสายเกิดและสายดับ โดยละเอียด เพื่อแสดงให้เห็นการเกิดขึ้นแห่งกองทุกข์ทั้งสิ้น เมื่ออวิชชาเป็นปัจจัย สังขารจึงมี เมื่อสังขารเป็นปัจจัย วิญญาณจึงมี ไปจนถึง ชาติ ชรา มรณะ โสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส และอุปายาส ก็เกิดขึ้น และในทางกลับกัน เมื่อความไม่รู้ดับไป สังขารก็ดับไป วิญญาณก็ดับไป นามรูปดับไป สฬายตนะดับไป ผัสสะดับไป เวทนาดับไป ตัณหาดับไป อุปาทานดับไป ภพดับไป ชาติดับไป ความแก่และความตาย ความโศก ความรำพัน ความทุกข์กาย ความทุกข์ใจ และความคับแค้นใจก็ดับไป ความดับแห่งกองทุกข์ทั้งสิ้นย่อมมีได้ด้วยประการฉะนี้
ท้ายที่สุด พระพุทธองค์ยังทรงเปรียบเทียบธรรมะเหมือนแพที่ใช้ข้ามฝั่ง ไม่ใช่เพื่อยึดมั่นถือมั่นเมื่อไปถึงแล้ว เพื่อให้เข้าใจว่า แม้แต่ความเข้าใจในธรรมะก็ไม่ควรยึดติด แต่ให้ใช้เป็นเครื่องมือในการบรรลุถึงการดับสิ้นซึ่งตัณหาและหลุดพ้นจากทุกข์
อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →