พระผู้มีพระภาคได้ทรงแสดงทุติยอาชานียสูตร โดยเปรียบเทียบภิกษุผู้ประเสริฐกับม้าอาชาไนยชั้นดีของพระราชา ม้าอาชาไนยที่แท้จริงซึ่งคู่ควรแก่พระราชาและเป็นกำลังสำคัญของแว่นแคว้นนั้น จะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนสามประการ คือ สง่างาม มีกำลัง และ รวดเร็ว
ในทำนองเดียวกัน ภิกษุผู้ประกอบด้วยคุณสมบัติสามประการ ย่อมเป็นผู้ที่ควรแก่ของคำนับ ควรแก่ของต้อนรับ ควรแก่ทักษิณา ควรแก่การอัญชลี และเป็นเนื้อนาบุญอันยอดเยี่ยมของโลก คุณสมบัติสามประการของภิกษุนั้นคือ:
- ความสง่างาม (งาม): ภิกษุนั้นเป็นผู้มีศีล สำรวมในปาติโมกข์ มีมารยาทดี มีปกติเห็นภัยในโทษแม้เล็กน้อย สมาทานศึกษาในสิกขาบทที่ได้ถือปฏิบัติไว้อย่างครบถ้วน ความสง่างามนี้คือการประพฤติดีทางกายและวาจา รักษาพระวินัยได้อย่างหมดจด
- ความมีกำลัง (เข้มแข็ง): ภิกษุนั้นปรารภความเพียรเพื่อละอกุศลธรรมและบำเพ็ญกุศลธรรมอยู่เสมอ เป็นผู้มีความเพียรมั่นคง ไม่ทอดทิ้งธุระในการเจริญกุศลธรรม ความเข้มแข็งนี้คือพลังแห่งการปฏิบัติธรรมอย่างไม่ย่อท้อ บากบั่นเพื่อความก้าวหน้าทางจิตวิญญาณ
- ความรวดเร็ว (ว่องไว): ภิกษุนั้นเป็นผู้ที่ได้บรรลุธรรมเป็นพระอนาคามี ผู้สิ้นโอรัมภาคิยสังโยชน์ ๕ ประการแล้ว ย่อมปรินิพพานในภพนั้น ไม่กลับมาจากโลกนั้นอีก ความรวดเร็วนี้หมายถึงการบรรลุธรรมขั้นสูง หลุดพ้นจากวัฏสงสารอย่างเด็ดขาด เป็นการสิ้นสุดกิเลสอันเป็นส่วนเบื้องต่ำและไม่กลับมาเกิดอีก
ภิกษุผู้ประกอบด้วยคุณสมบัติอัน สง่างาม มีกำลัง และ รวดเร็ว ทั้งสามประการนี้แล ย่อมเป็นผู้ควรแก่สักการะสูงสุด และเป็นเนื้อนาบุญอันยอดเยี่ยมสำหรับชาวโลกอย่างแท้จริง
อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →
ปรับปรุงข้อมูลล่าสุดวันที่ 2026-05-30