Jute
โปตถกสูตร (AN3.99) ใช้การเปรียบเทียบที่ชัดเจนระหว่าง ผ้ากระสอบปอ กับ ผ้ากาสี เพื่ออธิบายคุณค่าและการประพฤติของภิกษุ โดยเน้นย้ำถึงผลกระทบต่อตนเองและผู้อื่น
พระสูตรเริ่มต้นด้วย ผ้ากระสอบปอ ซึ่งไม่สวยงาม สัมผัสไม่น่ารื่นรมย์ และไร้ค่า ไม่ว่าจะใหม่หรือเก่า เมื่อขาดก็ถูกใช้ขัดหม้อหรือทิ้งขยะไป
ไม่ว่าจะเป็นภิกษุหนุ่ม ปานกลาง หรือผู้ใหญ่ หากมีศีลไม่ดีและประพฤติตนไม่เหมาะสม องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่าท่านผู้นั้น ไม่น่าดู การคบหาย่อมนำมาซึ่งความเสียหายและความทุกข์ ทำให้รู้สึก ไม่น่าสัมผัส และการถวายเครื่องอุปโภคบริโภคก็ไม่เกิดผลประโยชน์แก่ผู้ถวาย ทำให้ท่านผู้นั้น ไร้ค่า ดุจผ้ากระสอบปอ หากภิกษุผู้ใหญ่ที่ทุศีลพูดในท่ามกลางสงฆ์ ภิกษุทั้งหลายจะขับไล่ท่านออกไปอย่างดูหมิ่น เหมือนโยนผ้ากระสอบปอทิ้งกองขยะ
ในทางตรงกันข้าม พระสูตรเปรียบเทียบกับ ผ้ากาสี ซึ่งสวยงาม สัมผัสดี และมีคุณค่า ไม่ว่าจะใหม่หรือเก่า เมื่อขาดก็ยังนำมาใช้ห่อของหรือเก็บไว้ในหีบหอม
ไม่ว่าจะเป็นภิกษุหนุ่ม ปานกลาง หรือผู้ใหญ่ หากมีศีลดีและประพฤติตนเหมาะสม องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่าท่านผู้นั้น น่าดู การคบหาย่อมนำมาซึ่งความสุขและความดีงาม ทำให้รู้สึก น่าสัมผัส และการถวายเครื่องอุปโภคบริโภคก็ย่อมเกิดผลและประโยชน์อันยิ่งใหญ่แก่ผู้ถวาย ทำให้ท่านผู้นั้น มีค่า ดุจผ้ากาสี หากภิกษุผู้ใหญ่ที่มีศีลพูดในท่ามกลางสงฆ์ ภิกษุทั้งหลายจะกล่าวด้วยความเคารพให้เงียบฟัง เพราะพระเถระกำลังแสดงธรรมวินัย
ด้วยเหตุนี้ พระพุทธองค์จึงทรงสอนให้เหล่าภิกษุฝึกตนให้เป็นเหมือน ผ้ากาสี ไม่ใช่ ผ้ากระสอบปอ
อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →