Imperturbable
อาเนญชสูตร (อังคุตตรนิกาย 3.116) แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่าง ปุถุชน กับ อริยสาวก ในการเข้าถึงรูปฌานและอรูปฌานขั้นสูง ซึ่งแม้จะเข้าถึงสมาธิระดับที่ประณีตเพียงใด แต่หากไม่รู้เท่าทันตามความเป็นจริง ผลลัพธ์ย่อมแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง โดยพระพุทธองค์ทรงจำแนกบุคคลออกเป็น 3 ประเภท ตามฌานสมาบัติที่เข้าถึง ได้แก่:
หัวใจสำคัญของพระสูตรนี้อยู่ที่การชี้ให้เห็นว่า ผู้ที่บำเพ็ญสมาธิเหล่านี้จนชำนาญ เมื่อตายไปย่อมไปเกิดในภพภูมิที่เป็นทิพย์ตามระดับของฌานสมาบัติ (อรูปพรหม) แต่ทว่ามีความแตกต่างกันอย่างยิ่งในเรื่องจุดหมายปลายทาง ดังนี้:
ปุถุชนผู้ไม่ได้สดับ เมื่อเสวยสุขในฌานสมาบัติจนหมดอายุขัยของพรหมนั้นๆ แล้ว เนื่องจากยังไม่มีปัญญาในการละกิเลสหรือความยึดมั่นถือมั่น จึงมีโอกาสที่จะพลาดตกลงสู่อบายภูมิ ได้แก่ นรก กำเนิดเดรัจฉาน หรือเปรตวิสัย เนื่องจากผลบุญของฌานสมาบัติเสื่อมถอยลงและอกุศลกรรมเก่าอาจส่งผล
อริยสาวกผู้ได้สดับ เมื่อเสวยสุขในฌานสมาบัติตามอายุขัยเช่นเดียวกัน แต่ด้วยการฝึกฝนปัญญาและมีความเข้าใจในธรรมมาเป็นอย่างดี จึงสามารถบรรลุถึงความดับสนิทแห่งอาสวะกิเลสได้ในภพภูมินั้นๆ หรือมีสภาวะจิตที่ตั้งมั่นในการหลุดพ้น ทำให้ไม่กลับไปเวียนว่ายในอบายภูมิอีก
บทสรุปของพระสูตรนี้คือการเตือนสติว่า สมาธิเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอต่อการหลุดพ้น จำเป็นต้องอาศัยการฟังธรรมและพิจารณาให้เห็นความไม่เที่ยงของสังขาร แม้จะเป็นฌานสมาบัติที่ประณีตเพียงใดก็ตาม เพื่อให้ก้าวข้ามจากการเป็นผู้ที่ต้องกลับมาเวียนว่ายตายเกิด สู่การเป็นผู้ดับสนิทจากกิเลสทั้งปวง
อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →
แสดงความคิดเห็น
แบ่งปันข้อสังเกต คำถาม หรือข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาเนญชสูตร