สัปปุริสสูตร (อังคุตตรนิกาย จตุกนิบาต) เป็นพระสูตรที่พระพุทธองค์ทรงสอนเรื่องการสังเกตคุณลักษณะของ "สัตบุรุษ" (คนดี) และ "อสัตบุรุษ" (คนไม่ดี) ผ่านพฤติกรรมการพูดถึงผู้อื่นและตนเอง เพื่อให้ผู้ปฏิบัติธรรมนำไปใช้สำรวจและขัดเกลาตนเอง โดยแบ่งเกณฑ์ตัดสินออกเป็น 4 ประการ ดังนี้:
- การพูดถึงผู้อื่นในทางเสียหาย: อสัตบุรุษจะชอบนินทาแม้ไม่มีใครถาม และขยายความจนหมดเปลือก ส่วนสัตบุรุษจะไม่พูดถึงข้อเสียของผู้อื่นโดยไม่จำเป็น และหากต้องพูดก็พูดเพียงย่อๆ เพื่อรักษาความจริง
- การพูดถึงผู้อื่นในทางชื่นชม: อสัตบุรุษจะไม่ชมผู้อื่นแม้มีคนถาม และหากต้องพูดก็จะพูดแบบกั๊กข้อมูล ส่วนสัตบุรุษจะยกย่องชมเชยผู้อื่นทั้งที่ไม่มีใครถาม และเมื่อถูกถามก็จะกล่าวถึงคุณงามความดีของผู้อื่นอย่างละเอียดครบถ้วน
- การพูดถึงตนเองในทางเสียหาย: อสัตบุรุษจะปิดบังข้อเสียของตนเองแม้ถูกถาม ส่วนสัตบุรุษจะกล้ายอมรับและเปิดเผยข้อผิดพลาดของตนเองอย่างตรงไปตรงมาแม้ไม่มีใครถาม
- การพูดถึงตนเองในทางชื่นชม: อสัตบุรุษจะยกตนข่มท่านและโอ้อวดสรรพคุณตนเองอยู่เสมอ ส่วนสัตบุรุษจะไม่พูดยกย่องตนเองแม้จะมีคนถาม และหากต้องพูดก็จะกล่าวเพียงเล็กน้อย
นอกจากนี้ พระพุทธองค์ยังทรงให้บทเรียนเรื่อง "ความอ่อนน้อมถ่อมตน" โดยเปรียบเทียบกับ "เจ้าสาวใหม่" ที่ช่วงแรกเข้าบ้านสามีมักมีความเกรงใจและเคารพต่อทุกคนในบ้านอย่างยิ่ง แต่เมื่อเวลาผ่านไปเกิดความคุ้นเคยก็มักจะลดความเกรงใจลงและแสดงกิริยาที่ไม่งาม พระองค์จึงทรงสอนให้เหล่าภิกษุและพุทธศาสนิกชนหมั่นรักษา "ความละอายและเกรงกลัวต่อบาป" (หิริโอตตัปปะ) ให้คงที่เสมอต้นเสมอปลายประดุจเจ้าสาวใหม่ที่เพิ่งเข้าบ้านสามี เพื่อมิให้ความคุ้นเคยมาทำลายความสำรวมในธรรมวินัย นี่คือหัวใจสำคัญในการฝึกตนให้เป็นสัตบุรุษที่แท้จริง
อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →
แสดงความคิดเห็น
แบ่งปันข้อสังเกต คำถาม หรือข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสัปปุริสสูตร