พระสูตรนี้ (อังคุตตรนิกาย จตุกนิบาต ทสกัมมสูตร) พระพุทธองค์ทรงจำแนกบุคคลออกเป็น 4 ประเภท โดยใช้เกณฑ์ของ "การกระทำ" (กรรม) เป็นตัวชี้วัดความดีงาม เพื่อสอนให้พุทธศาสนิกชนเข้าใจถึงระดับของความเป็นสัตบุรุษและอสัตบุรุษ ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญในการพัฒนาตนเองให้เป็นผู้มีความประพฤติชอบตามหลักศีลธรรม
โดยสรุปประเภทของบุคคลทั้ง 4 ตามหลักคำสอนมีดังนี้:
- อสัตบุรุษ (คนไม่ดี): คือผู้ที่กระทำอกุศลกรรมบถ 10 ประการ ได้แก่ ฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ ประพฤติผิดในกาม พูดเท็จ พูดส่อเสียด พูดคำหยาบ พูดเพ้อเจ้อ อีกทั้งยังมีความโลภ พยาบาท และมีความเห็นผิด
- อสัตบุรุษยิ่งกว่า (คนไม่ดีที่ชักชวนผู้อื่น): คือผู้ที่มีพฤติกรรมชั่วเช่นเดียวกับอสัตบุรุษข้างต้น แต่มีความร้ายกาจยิ่งกว่าด้วยการ ชักชวนหรือโน้มน้าวให้ผู้อื่นทำความชั่ว ตามไปด้วย
- สัตบุรุษ (คนดี): คือผู้ที่ละเว้นจากการฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ ประพฤติผิดในกาม เว้นจากการพูดจาไม่ดีทั้ง 4 ประการ มีความสันโดษ มีจิตใจเมตตา และมีความเห็นชอบ (สัมมาทิฏฐิ)
- สัตบุรุษยิ่งกว่า (คนดีที่ชักชวนผู้อื่น): คือผู้ที่มีพฤติกรรมดีงามครบถ้วนเช่นเดียวกับสัตบุรุษ แต่มีความประเสริฐยิ่งกว่าด้วยการ เป็นกัลยาณมิตร ชักชวนผู้อื่นให้ตั้งมั่นอยู่ในความดี และศีลธรรมอันดีงาม
หัวใจสำคัญของพระสูตรนี้ ไม่ใช่เพียงแค่การรักษาศีลหรือการเป็นคนดีด้วยตนเองเท่านั้น แต่พระพุทธองค์ทรงเน้นย้ำถึง "อิทธิพลต่อผู้อื่น" ซึ่งเป็นคุณธรรมขั้นสูง หากเรากระทำความดีแล้วยังสามารถช่วยเหลือให้ผู้อื่นทำความดีตามได้ นั่นย่อมถือเป็นสัตบุรุษที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น การกระทำในลักษณะนี้จึงเป็นเครื่องตัดสินความเป็นมนุษย์ที่แท้จริงตามหลักพระพุทธศาสนา
อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →
ปรับปรุงข้อมูลล่าสุดวันที่ 2026-05-31
แสดงความคิดเห็น
แบ่งปันข้อสังเกต คำถาม หรือข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับทสกัมมสูตร