สรุปเนื้อหา ทุพพจสิกขาบท
พระบัญญัติ: ภิกษุเป็นคนว่ายาก อันภิกษุทั้งหลายว่ากล่าวตักเตือนโดย ชอบธรรม ในสิกขาบทที่มาในอุทเทศ กลับทำตัวให้เป็นคนที่ว่ากล่าวตักเตือน ไม่ได้ โดยกล่าวว่า “พวกท่านอย่าว่ากล่าวอะไรผม ไม่ว่าดีหรือเลว ถึงผมก็จะ ไม่ว่ากล่าวอะไรพวกท่าน ไม่ว่าดีหรือเลวเหมือนกัน พวกท่านงดเว้นว่ากล่าวผม เถิด” ภิกษุนั้นอันภิกษุทั้งหลายพึงว่ากล่าวตักเตือนอย่างนี้ว่า “ท่านอย่าทำตัว ให้เป็นคนที่ว่ากล่าวตักเตือนไม่ได้ จงทำตัวให้เป็นคนที่เขาว่ากล่าวตักเตือนได้ แม้ท่านก็จงว่ากล่าวตักเตือนภิกษุทั้งหลายโดยชอบธรรม แม้ภิกษุทั้งหลายก็จะ ว่ากล่าวตักเตือนท่านโดยชอบธรรม เพราะว่าบริษัทของพระผู้มีพระภาคเจริญ แล้วด้วยอาการอย่างนี้ คือด้วยการว่ากล่าวตักเตือนกันและกัน ด้วยการช่วย เหลือกันและกันให้ออกจากอาบัติ” ภิกษุนั้นอันภิกษุทั้งหลายว่ากล่าวตักเตือน อยู่อย่างนี้ ก็ยังยกย่องอยู่อย่างนั้น ภิกษุนั้นอันภิกษุทั้งหลายพึงสวดสมนุภาสน์ จนครบ ๓ ครั้งเพื่อให้สละเรื่องนั้น ถ้าเธอกำลังถูกสวดสมนุภาสน์กว่าจะครบ ๓ ครั้ง สละเรื่องนั้นได้ นั่นเป็นการดี ถ้าเธอไม่สละ เป็นสังฆาทิเสส
ตัวอย่าง:
- ภิกษุเป็นคนว่ายาก ตักเตือนไม่ฟัง สงฆ์สวดสมนุภาสน์จบกรรมวาจา 3 ครั้ง ต้องอาบัติสังฆาทิเสส
ไม่ครบองค์เป็นอาบัติรองลงมา:
- ภิกษุเป็นคนว่ายาก ตักเตือนไม่ฟัง สงฆ์สวดสมนุภาสน์จบญัตติ ต้องอาบัติทุกกฏ
- ภิกษุเป็นคนว่ายาก ตักเตือนไม่ฟัง สงฆ์สวดสมนุภาสน์จบกรรมวาจา 2 ครั้ง ต้องอาบัติถุลลัจจัย
อนาบัติ (ไม่เป็นอาบัติ):
- ภิกษุผู้ยังไม่ถูกสวดสมนุภาสน์
- ภิกษุผู้ยอมสละ
- ภิกษุวิกลจริต
- ภิกษุมีจิตฟุ้งซ่าน
- ภิกษุกระสับกระส่ายเพราะเวทนา
- ภิกษุต้นบัญญัติ