กีฏาคิริสูตร เป็นพระสูตรที่พระพุทธองค์ทรงสอนเรื่องหลักการตัดสินใจเลือกเสพเสวยความรู้สึก (เวทนา) และความเพียรในการปฏิบัติธรรม โดยมีเหตุการณ์เริ่มต้นจากพระพุทธองค์ทรงชวนภิกษุฉันอาหารเพียงมื้อเดียวเพื่อความเบาสบายและสุขภาพที่ดี แต่มีภิกษุกลุ่มหนึ่งคือ อัสสชิและปุนัพพสุกะ ไม่ปฏิบัติตาม โดยอ้างว่าการฉันหลายมื้อก็ทำให้มีความสุขและแข็งแรงดีเช่นกัน

พระพุทธองค์จึงทรงวางหลักการสำคัญในการเลือกเสพความรู้สึกไว้ว่า ไม่ควรยึดติดกับความสุขหรือทุกข์ แต่ต้องพิจารณาว่าความรู้สึกนั้นๆ ส่งผลต่อกุศลและอกุศลอย่างไร หากความรู้สึกใดทำให้อกุศลธรรมเจริญขึ้นและกุศลธรรมเสื่อมลง ให้ละเว้นความรู้สึกนั้นเสีย แต่หากความรู้สึกใดทำให้อกุศลธรรมเสื่อมลงและกุศลธรรมเจริญขึ้น ให้เข้าถึงและเสพเสวยความรู้สึกนั้น

นอกจากนี้ พระพุทธองค์ยังทรงขยายความเรื่อง ความไม่ประมาท (อัปปมาท) โดยแบ่งกลุ่มบุคคลที่ควรและไม่ควรเน้นเรื่องความเพียร ดังนี้:

  • กลุ่มที่ไม่ต้องเน้นความเพียร: คือพระอรหันต์ผู้สิ้นอาสวะแล้ว เพราะท่านทำกิจเสร็จสิ้นแล้วและไม่สามารถประมาทได้อีก
  • กลุ่มที่ต้องเน้นความเพียร: คือพระเสขบุคคล (ผู้ยังปฏิบัติไม่ถึงที่สุด) ซึ่งต้องอาศัยการเสพเสนาสนะที่เหมาะสม การคบกัลยาณมิตร และการสำรวมอินทรีย์เพื่อบรรลุธรรม

พระองค์ยังทรงชี้แจงถึง ลำดับการปฏิบัติ (อนุปุพพสิกขา) ว่าการจะบรรลุธรรมต้องเริ่มจากความศรัทธา เข้าไปหา เข้าไปนั่งใกล้ ฟังธรรม ทรงจำธรรม พิจารณาเนื้อความ อดทนต่อการพิจารณา จนเกิดความพอใจ ความพยายาม และความตั้งใจจริง จึงจะบรรลุถึงความจริงสูงสุดได้

ใจความสำคัญคือ ศรัทธาของสาวกต่อพระศาสดา โดยมองว่าพระพุทธเจ้าผู้ทรงรู้แจ้งย่อมชี้ทางที่ถูกต้อง ดังนั้นสาวกที่มีศรัทธาควรมีความตั้งใจมุ่งมั่นว่า แม้เนื้อเลือดจะเหือดแห้ง เหลือเพียงหนังเอ็นและกระดูก แต่หากยังไม่บรรลุถึงเป้าหมายด้วยความเพียรของบุรุษ ก็จะไม่หยุดความพยายามนั้น ผู้ที่มีความมุ่งมั่นเช่นนี้ย่อมหวังผลได้คือ อรหัตผลในปัจจุบัน หรือการเป็นพระอนาคามี

อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →
ปรับปรุงข้อมูลล่าสุดวันที่ 2026-10-13