พระสูตรนี้เปรียบเทียบพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์บางประการของสตรีกับลักษณะของ "งูเห่า" เพื่อเป็นอุบายให้ภิกษุเห็นถึงอันตรายและความไม่น่าวางใจ โดยพระพุทธองค์ทรงจำแนกโทษ 5 ประการที่งูเห่าและสตรีที่มีลักษณะดังกล่าวมีร่วมกัน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงธรรมชาติของกิเลสที่ก่อให้เกิดความทุกข์และผลกระทบต่อชีวิตทางธรรม

หัวข้อโทษ 5 ประการที่ระบุไว้ในพระสูตร ได้แก่:

  • ความโกรธง่าย (Irritable): เป็นผู้มีอารมณ์ฉุนเฉียว ขุ่นเคืองได้โดยง่าย
  • ความผูกพยาบาท (Acrimonious): มีความอาฆาตมาดร้าย ไม่ปล่อยวางความโกรธ
  • ความเป็นพิษ (Venomous): เปรียบได้กับผู้ที่มีความมักมากในกามหรือมีความต้องการทางเพศที่รุนแรง
  • การมีลิ้นสองแฉก (Fork-tongued): หมายถึงการเป็นคนสับปรับ หรือการชอบนินทาว่าร้ายผู้อื่น
  • ความคดโกง (Treacherous): หมายถึงการไม่ซื่อสัตย์หรือการประพฤตินอกใจ

เนื้อหาใน ทุติยกัณหสัปปสูตร นี้ไม่ได้มุ่งเน้นการตำหนิเพศสตรีโดยรวม แต่เป็นการสอนให้ผู้ปฏิบัติธรรม โดยเฉพาะภิกษุที่ต้องรักษาพรหมจรรย์ ให้ระมัดระวังความสัมพันธ์ที่อาจนำมาซึ่งอันตรายต่อการปฏิบัติ พระองค์ทรงเปรียบเปรยเช่นนี้เพื่อชี้ให้เห็นว่า ธรรมชาติของกิเลสที่ปรากฏในลักษณะดังกล่าว หากขาดการยับยั้งชั่งใจย่อมเปรียบเสมือนพิษร้ายของงูที่สามารถทำลายความสงบและสมาธิของผู้ปฏิบัติได้อย่างรวดเร็ว หลักธรรมนี้จึงเป็นเครื่องเตือนใจให้เกิดความระมัดระวังในการคบหาสมาคมและมีความสำรวมระวังในอินทรีย์ เพื่อให้คงไว้ซึ่งความบริสุทธิ์แห่งการครองเพศบรรพชิต

อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →
ปรับปรุงข้อมูลล่าสุดวันที่ 2026-06-01