พระสูตรนี้ปรากฏในอังคุตตรนิกาย ติกวรรค ซึ่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมเพื่อการละอกุศลมูลอันเป็นรากเหง้าของความชั่วร้ายทั้งปวง โดยทรงระบุถึงธรรมที่เป็นตัวขัดขวางความเจริญก้าวหน้าทางจิตใจ 3 ประการ และวิธีปฏิบัติเพื่อแก้ไขด้วยธรรมะที่ตรงกันข้ามกัน เพื่อให้ผู้ปฏิบัติสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการขัดเกลาจิตใจให้บริสุทธิ์และหลุดพ้นจากกิเลสเครื่องเศร้าหมอง

หัวใจสำคัญของพระสูตรนี้คือการชี้ให้เห็นถึงอกุศลมูล 3 ประการที่พึงละ และวิธีการเจริญกุศลธรรมเพื่อกำจัดอกุศลเหล่านั้น ดังนี้:

  • ราคะ (ความกำหนัดยินดี): พึงละด้วยการเจริญ อสุภกรรมฐาน เพื่อมองเห็นความเป็นของไม่สวยงามในร่างกายและรูปธรรมต่างๆ เพื่อลดความยึดติดในกามคุณ
  • โทสะ (ความโกรธเคือง): พึงละด้วยการเจริญ เมตตาภาวนา คือการแผ่ความปรารถนาดีและความรักอันบริสุทธิ์ไปยังสรรพสัตว์ทั้งหลาย เพื่อระงับความพยาบาทและสร้างความเย็นใจ
  • โมหะ (ความหลง): พึงละด้วยการเจริญ ปัญญา คือความรู้แจ้งตามความเป็นจริง เพื่อทำลายความเขลาและการมองเห็นผิดเป็นชอบ

โดยสรุป พระสูตรนี้สอนให้พุทธศาสนิกชนหมั่นตรวจสอบจิตใจตนเองอยู่เสมอ หากพบว่ามีอกุศลธรรมข้อใดเกิดขึ้น ก็ให้รีบใช้ธรรมะฝ่ายกุศลเข้าแก้ไขและพัฒนาตนเอง การเจริญอสุภะ เมตตา และปัญญา ถือเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะนำไปสู่ความหลุดพ้นจากกิเลส เป็นหนทางแห่งการดำเนินชีวิตที่มีสติปัญญาและมีความสงบเย็นในจิตใจอย่างยั่งยืน

อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →
ปรับปรุงข้อมูลล่าสุดวันที่ 2026-09-19