ใน ตัณหาสูตร (Taṇhāsutta) พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมแก่ภิกษุทั้งหลายเกี่ยวกับการละธรรมที่เป็นเครื่องผูกมัดอันได้แก่ ตัณหา 3 และ มานะ 3 เพื่อความหลุดพ้นจากทุกข์ทั้งปวง ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในการปฏิบัติธรรมเพื่อมุ่งสู่ความสิ้นไปแห่งอาสวะกิเลส
โดยพระองค์ทรงจำแนกธรรมที่ควรละไว้ดังนี้:
- ตัณหา 3 (ความทะยานอยากที่ควรละ):
- กามตัณหา: ความทะยานอยากในกามคุณทั้ง 5
- ภวตัณหา: ความทะยานอยากในภพ ความอยากเป็นนั่นเป็นนี่
- วิภวตัณหา: ความทะยานอยากในความไม่มีภพ ความไม่อยากเป็นนั่นเป็นนี่
- มานะ 3 (ความถือตัวที่ควรละ):
- มานะ: ความสำคัญตัวว่าเท่าเทียมกัน
- โอมานะ: ความสำคัญตัวว่าต่ำกว่าผู้อื่น
- อติมานะ: ความสำคัญตัวว่าสูงกว่าผู้อื่น
พระพุทธองค์ทรงสรุปว่า ภิกษุรูปใดสามารถละตัณหาทั้ง 3 และมานะทั้ง 3 นี้ได้โดยเด็ดขาด ย่อมได้ชื่อว่าเป็นผู้ "ตัดตัณหาได้แล้ว" เป็นผู้ "คลี่คลายสังโยชน์" (เครื่องผูกมัด) ออกได้สำเร็จ และด้วยการตรัสรู้และละมานะได้โดยชอบ ภิกษุนั้นชื่อว่าได้ "ทำที่สุดแห่งทุกข์" โดยประการทั้งปวงแล้ว ซึ่งเป็นการยืนยันถึงหนทางแห่งความพ้นทุกข์ที่เกิดจากการทำลายรากเหง้าของกิเลสภายในจิตใจให้หมดสิ้นไป
อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →ปรับปรุงข้อมูลล่าสุดวันที่ 2026-09-19
แสดงความคิดเห็น
แบ่งปันข้อสังเกต คำถาม หรือข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัณหาสูตร