วัสสการสูตร ว่าด้วยหลักธรรมที่ทำให้เกิดความเจริญมั่นคงหรือ อปริหานิยธรรม 7 ประการ ซึ่งพระพุทธเจ้าได้ทรงแสดงแก่พระอานนท์ในขณะที่วัสสการพราหมณ์ มหาอำมาตย์ของพระเจ้าอชาตศัตรูแห่งแคว้นมคธ ได้เข้ามาทูลถามถึงโอกาสในการเอาชนะชาววัชชี โดยพระพุทธองค์ทรงเปรียบเทียบหลักการปกครองและวิถีปฏิบัติของชาววัชชีว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้บ้านเมืองมีความเข้มแข็งและไม่เสื่อมถอย
หลักธรรมเพื่อความเจริญ (อปริหานิยธรรม 7) ที่ชาววัชชีถือปฏิบัติ ได้แก่:
- หมั่นประชุมกันเนืองนิตย์: เพื่อปรึกษาหารือและแก้ไขปัญหาอย่างสม่ำเสมอ
- พร้อมเพรียงกันประชุมและเลิกประชุม: มีความสามัคคีในการดำเนินกิจกรรมของส่วนรวม
- ไม่บัญญัติสิ่งที่มิได้บัญญัติไว้ หรือล้มล้างสิ่งที่บัญญัติไว้แล้ว: เคารพและยึดมั่นในธรรมนูญหรือจารีตประเพณีที่ดีงามที่วางไว้
- เคารพนับถือผู้ใหญ่: ให้เกียรติและรับฟังคำแนะนำของผู้มีวัยวุฒิและคุณวุฒิ
- ไม่ข่มเหงล่วงเกินสตรีและกุมารี: ให้ความเคารพและไม่ละเมิดสิทธิของคนในสังคม
- เคารพสักการะเจดีย์และศาสนสถาน: บำรุงรักษาและไม่ละเลยการทำบุญในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ประจำบ้านเมือง
- จัดอารักขาและคุ้มครองพระอรหันต์: ให้การดูแลและอำนวยความสะดวกแก่ผู้ทรงศีล เพื่อให้ผู้ทรงคุณธรรมเข้ามาพำนักและได้รับความสบาย
เมื่อวัสสการพราหมณ์ได้สดับฟังหลักธรรมทั้ง 7 ประการ จึงตระหนักได้ว่าหากชาววัชชียังคงปฏิบัติตามหลักการเหล่านี้ กองทัพของพระเจ้าอชาตศัตรูย่อมไม่อาจเอาชนะได้ด้วยกำลังทหาร แต่อาจใช้วิธีอื่น เช่น การให้สินบนหรือการยุยงให้เกิดความแตกแยกแทน ซึ่งพระสูตรนี้แสดงให้เห็นว่า ความสามัคคี การเคารพกฎกติกา และการยึดมั่นในคุณธรรม คือรากฐานสำคัญที่สุดที่ทำให้กลุ่มคนหรือบ้านเมืองมีความเจริญรุ่งเรืองและปราศจากความเสื่อมถอย
อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →
แสดงความคิดเห็น
แบ่งปันข้อสังเกต คำถาม หรือข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวัสสการสูตร