พระสูตรนี้ (AN 9.25) กล่าวถึงสภาวะจิตของพระภิกษุผู้มีปัญญาบริบูรณ์จนสามารถสรุปจบกิจในพรหมจรรย์ได้ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของ “การรวมจิตด้วยปัญญา” (Well consolidated with wisdom) ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันความหลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิด สรุปใจความสำคัญได้ว่า ผู้ที่บรรลุธรรมจะมีความรู้แจ้งชัดในสภาวะจิตของตนเองว่าปราศจากกิเลสเครื่องเศร้าหมองอย่างสิ้นเชิง
การที่จิตรวมลงด้วยปัญญาจนมั่นคงนั้น หมายถึงภิกษุผู้ปฏิบัติรู้แจ้งในสภาวะจิตที่เปลี่ยนไปอย่างถาวร ดังนี้:
- จิตปราศจากกิเลสพื้นฐาน: จิตไม่มีความโลภ (Greed) ไม่มีโทสะ (Hate) และไม่มีโมหะ (Delusion)
- จิตอยู่เหนืออิทธิพลของกิเลส: จิตไม่กลับไปกำเริบด้วยความโลภ ความโกรธ หรือความหลงอีกต่อไป
- จิตพ้นจากภพภูมิทั้งสาม: จิตไม่กลับมาเกิดในกามภพ (Sensual realm) รูปภพ (Luminous form realm) และอรูปภพ (Formless realm) อีก
หัวใจสำคัญของพระสูตรนี้คือการเน้นย้ำถึงความมั่นใจในวิมุตติธรรม คือการที่ผู้ปฏิบัติสามารถประกาศได้ด้วยตนเองว่า “ชาติสิ้นแล้ว พรหมจรรย์อยู่จบแล้ว กิจที่ควรทำได้ทำเสร็จแล้ว กิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้มิได้มี” ซึ่งเป็นสภาวะที่จิตหยั่งลงสู่ความสงบเย็นอย่างเด็ดขาดด้วยอำนาจของปัญญาที่รู้เท่าทันสภาวะธรรมชาติของจิตที่ไม่กลับไปยึดติดในภพภูมิใดๆ อีกต่อไป
อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →
แสดงความคิดเห็น
แบ่งปันข้อสังเกต คำถาม หรือข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับปัญญาสูตร