พระสูตรนี้กล่าวถึง อนุปุพพวิหารสมาบัติ 9 หรือสภาวะการเข้าสมาธิที่ละเอียดประณีตขึ้นไปตามลำดับ ซึ่งพระพุทธองค์ทรงใช้เป็นเกณฑ์ตัดสินผู้ที่ละวางกิเลสและก้าวล่วงสภาวะธรรมต่างๆ ได้อย่างแท้จริง โดยมีหัวใจสำคัญคือการที่จิตค่อยๆ ปล่อยวางองค์ประกอบของสมาธิในขั้นต้น เพื่อก้าวสู่ขั้นที่ละเอียดและประณีตยิ่งกว่าจนถึงที่สุด

หลักการสำคัญของพระสูตรนี้คือการชี้ให้เห็นว่า ในแต่ละลำดับของสมาธิจะมีองค์ธรรมบางอย่างที่ "ดับไป" ซึ่งถือเป็นความสำเร็จของผู้ปฏิบัติที่ก้าวล่วงสภาวะนั้นๆ ได้แล้ว ดังนี้:

  • รูปฌาน 4: การดับกามฉันท์ด้วยปฐมฌาน, การดับวิตกวิจารด้วยทุติยฌาน, การดับปีติด้วยตติยฌาน และการดับสุขโสมนัสด้วยจตุตถฌาน
  • อรูปฌาน 4: การก้าวล่วงรูปสัญญาเข้าสู่อากาสานัญจายตนะ, วิญญาณัญจายตนะ, อากิญจัญญายตนะ และเนวสัญญานาสัญญายตนะตามลำดับ
  • นิโรธสมาบัติ: คือจุดสูงสุดที่ "สัญญาและเวทนาดับไป" ซึ่งเป็นการก้าวล่วงสภาวะที่ละเอียดที่สุดของจิต

พระพุทธองค์ทรงเน้นย้ำว่า ผู้ที่เข้าใจและเห็นแจ้งในสภาวะที่ดับไปของแต่ละระดับ ย่อมเป็นผู้ "ปราศจากความอยาก เย็นสนิท ข้ามพ้น และล่วงพ้น" ในส่วนนั้นๆ ซึ่งเป็นเครื่องหมายของผู้ปฏิบัติที่ซื่อตรงต่อตนเอง ไม่คดโกง และมีความเห็นที่ถูกต้องตามความเป็นจริง สมาธิทั้ง 9 ขั้นนี้จึงเป็นลำดับขั้นตอนการฝึกฝนจิตที่นำไปสู่ความหลุดพ้นจากการยึดติดในสัญญาและเวทนาทั้งปวง

อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →
ปรับปรุงข้อมูลล่าสุดวันที่ 2026-06-01