สรุปเนื้อหา: อัญญตรภิกขุวัตถุ (เรื่องภิกษุรูปใดรูปหนึ่ง)

ณ พระเชตวันมหาวิหาร พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงปรารภภิกษุรูปหนึ่งผู้เรียนกัมมัฏฐานจากสำนักของพระองค์แล้วเข้าไปบำเพ็ญเพียรในป่า แม้จะพยายามอย่างเต็มที่แต่ก็ยังไม่บรรลุพระอรหัตตผล ภิกษุรูปนั้นจึงตั้งใจเดินทางกลับมาทูลขอคำแนะนำเพิ่มเติมจากพระศาสดา

ระหว่างทาง ภิกษุรูปนั้นได้เห็นไฟป่ากำลังลุกไหม้อย่างรุนแรง จึงขึ้นไปนั่งบนยอดเขาโล้นเพื่อพิจารณาไฟป่าเป็นอารมณ์ เกิดปัญญาเทียบเคียงว่า "ไฟป่าย่อมเผาผลาญเชื้อเพลิงทั้งน้อยและมากได้ฉันใด ไฟคืออริยมรรคญาณ ก็ย่อมเผาผลาญสังโยชน์คือกิเลสทั้งหยาบและละเอียดได้ฉันนั้น" พระศาสผู้ประทับอยู่ในพระคันธกุฎีทรงทราบวาระจิตของภิกษุรูปนั้น จึงทรงเปล่งพระรัศมีและตรัสพระคาถาเพื่อยืนยันการปฏิบัติ พร้อมทั้งทรงแสดงธรรมว่าด้วยการเผาผลาญสังโยชน์

หมวดหมู่คำสอนสำคัญในพระสูตร:

  • ความไม่ประมาท: ภิกษุผู้ยินดีในความไม่ประมาทและเห็นภัยในความประมาท ย่อมมีจิตตั้งมั่นในการบำเพ็ญเพียร
  • การเจริญวิปัสสนาญาณ: การใช้อารมณ์ปัจจุบัน (เช่น การพิจารณาไฟป่า) มาเทียบเคียงกับธรรมภายใน จนเกิดปัญญาญาณตัด10 สังโยชน์
  • สังโยชน์ 10: เครื่องร้อยรัดสัตว์ไว้ในวัฏฏะ ได้แก่ สักกายทิฏฐิ, วิจิกิจฉา, สีลัพพตปรามาส, กามราคะ, ปฏิฆะ, รูปราคะ, อรูปราคะ, มานะ, อุทธัจจะ และอวิชชา

เมื่อสิ้นสุดพระธรรมเทศนา ภิกษุรูปนั้นเจริญวิปัสสนาต่อเนื่องบนยอดเขานั้นเอง จนสามารถเผาผลาญสังโยชน์ทั้งปวงและบรรลุเป็นพระอรหัตพร้อมด้วยปฏิสัมภิทา จากนั้นจึงเหาะมาทางอากาศเข้าเฝ้าพระศาสดาด้วยความเลื่อมใส

อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →
ปรับปรุงข้อมูลล่าสุดวันที่ 2026-09-12