ปูติคัตตติสสเถรวัตถุ (เรื่องพระติสสเถระผู้มีร่างกายเปื่อยเน่า) ปรากฏในขุททกนิกาย ธรรมบท คาถาที่ 41 มีเนื้อหาโดยย่อคือ พระติสสเถระเป็นพระภิกษุรูปหนึ่งที่เกิดอาพาธด้วยโรคผิวหนังอย่างรุนแรง จนร่างกายมีตุ่มพองขึ้นทั่วตัวและแตกเน่าเปื่อยส่งกลิ่นเหม็นไปทั่ว เมื่อเพื่อนบรรพชิตเห็นสภาพเช่นนั้นต่างก็พากันหลีกหนีด้วยความรังเกียจ ทำให้ท่านต้องนอนทอดทิ้งอยู่บนแคร่เพียงลำพังด้วยความทุกข์ทรมาน

เมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงทราบเหตุการณ์ดังกล่าว จึงเสด็จมายังที่พักของพระติสสเถระด้วยพระองค์เอง ทรงจัดการต้มน้ำเพื่อเช็ดตัวและดูแลพระเถระด้วยความเมตตาอย่างยิ่ง โดยตรัสสอนให้เหล่าภิกษุรูปอื่นได้เห็นถึงความสำคัญของการดูแลเกื้อกูลกันในหมู่คณะ จากนั้นพระองค์ได้ทรงแสดงธรรมเทศนาเพื่อให้พระติสสเถระมีจิตใจจดจ่ออยู่กับกุศล จนกระทั่งท่านบรรลุเป็นพระอรหันต์และดับขันธปรินิพพานในที่สุด

จากเหตุการณ์นี้ พระพุทธองค์ได้ตรัสพระธรรมบทคาถาที่ 41 ว่าด้วยธรรมชาติของสังขารไว้ดังนี้:

  • ความไม่เที่ยงแท้ของร่างกาย: ร่างกายนี้ไม่นานนัก ก็จะนอนทับถมแผ่นดิน เหมือนท่อนไม้ที่ไร้ประโยชน์
  • ความว่างเปล่าของชีวิต: ร่างกายที่ปราศจากวิญญาณย่อมเปรียบเสมือนสิ่งที่ไร้ค่าและไม่มีความหมาย
  • โทษของสังขาร: สิ่งทั้งปวงในโลกนี้ล้วนเป็นไปตามกฎไตรลักษณ์ ไม่ควรยึดมั่นถือมั่น

บทสรุปของเรื่องนี้ สอนให้พุทธศาสนิกชนเห็นถึงความเมตตาที่เป็นหัวใจสำคัญของพระธรรมวินัย ไม่ควรทอดทิ้งผู้ที่ตกทุกข์ได้ยาก และเตือนสติให้หมั่นพิจารณาความไม่จีรังของร่างกาย เพื่อลดละความยึดติดในอัตตา ก่อนที่ร่างกายจะเสื่อมสลายกลายเป็นเพียงซากที่ไร้ประโยชน์ไปในที่สุด

อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →
ปรับปรุงข้อมูลล่าสุดวันที่ 2026-08-27