สันตติมหามัตตวัตถุ (เรื่องพระสันตติมหาอำมาตย์) ปรากฏในขุททกนิกาย ธรรมบท คาถาที่ 142 เป็นเรื่องราวที่แสดงให้เห็นถึงความไม่เที่ยงของสังขารและอำนาจแห่งการปฏิบัติธรรม โดยมีเนื้อหาสำคัญดังนี้:

ในสมัยพุทธกาล พระสันตติมหาอำมาตย์ เป็นผู้ที่พระเจ้าปเสนทิโกศลทรงโปรดปรานมาก วันหนึ่งขณะที่ท่านเมามายด้วยสุราและกำลังรื่นเริงกับการฟ้อนรำของนางระบำในอุทยาน นางระบำคนนั้นได้ถึงแก่กรรมกะทันหันด้วยโรคประจำตัว ทำให้ท่านเกิดความสลดใจอย่างยิ่ง จึงเดินทางไปเข้าเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเพื่อขอที่พึ่งทางใจ

  • การแสดงธรรม: พระพุทธเจ้าทรงเทศนาให้ท่านเห็นโทษของการมัวเมาในกามคุณและความไม่เที่ยงของชีวิต
  • การบรรลุธรรม: ขณะที่ฟังธรรม พระสันตติมหาอำมาตย์ได้สำรวมจิตและบรรลุเป็นพระอรหันต์ผู้มีวิชชา 3 ในขณะที่ยังคงแต่งกายด้วยเครื่องประดับของคฤหัสถ์
  • การปรินิพพาน: ท่านได้กราบทูลขอลาพระพุทธเจ้าเพื่อดับขันธปรินิพพาน โดยการเข้าเตโชธาตุนิโรธสมาบัติและเหาะขึ้นไปบนอากาศ เผาผลาญสรีระจนเหลือเพียงธาตุขาวดุจดอกมะลิโปรยลงมา

เมื่อภิกษุทั้งหลายสงสัยว่าเหตุใดท่านจึงบรรลุธรรมได้ทั้งที่ยังแต่งกายงดงาม พระพุทธองค์จึงตรัสคาถาธรรมบทที่ 142 ว่า "ผู้ใดประพฤติธรรมแม้จะแต่งกายวิจิตร แต่ถ้าเป็นผู้สงบ ระงับ ประพฤติพรหมจรรย์ เว้นจากการเบียดเบียนสัตว์ทั้งปวง ผู้นั้นแลเป็นพราหมณ์ เป็นสมณะ เป็นภิกษุ"

บทสรุปของเรื่องนี้ คือการย้ำเตือนว่า "ธรรมะ" ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเครื่องแต่งกายหรือสถานะทางสังคม แต่ขึ้นอยู่กับการฝึกฝนจิตใจให้ถึงความสงบและการละวางจากกิเลสทั้งปวง ผู้ที่เข้าถึงแก่นแท้ของธรรมะย่อมเป็นผู้ที่ควรแก่การกราบไหว้เสมอ ไม่ว่าจะเป็นบรรพชิตหรือคฤหัสถ์ก็ตาม

อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →
ปรับปรุงข้อมูลล่าสุดวันที่ 2026-08-28