ในสมัยพุทธกาล พระมหาโมคคัลลานเถระได้ลงจากภูเขาคิชฌกูฏพร้อมกับพระลักขณะเถระ ได้พบเห็นเปรตตนหนึ่งมีรูปร่างประหลาดคือ มีร่างกายเป็นมนุษย์แต่มีปากเหมือนสุกร และมีหนอนไชออกจากปากอยู่ตลอดเวลา เปรตตนนั้นได้รับความทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส พระมหาโมคคัลลานเถระจึงได้เมตตาถามถึงเหตุแห่งกรรมที่ทำให้ต้องมาเกิดเป็นเปรตในสภาพเช่นนี้
เปรตตนนั้นได้กล่าวตอบถึงอดีตชาติของตนว่า ในสมัยที่ยังเป็นมนุษย์ ตนเป็นผู้มีความประพฤติชั่วทางวาจา โดยมีพฤติกรรมดังนี้:
- เป็นผู้มักมากในความเห็นแก่ตัวและไร้ศีลธรรม
- ชอบกล่าววาจาที่หยาบคาย ด่าทอผู้อื่นด้วยคำพูดที่รุนแรงและเผ็ดร้อน
- เป็นผู้มีจิตใจอกุศล ไม่รู้จักการให้ทานและไม่เชื่อในกฎแห่งกรรม
เมื่อสิ้นอายุขัยจากความเป็นมนุษย์ ด้วยผลแห่งวจีทุจริตที่ชอบด่าทอผู้อื่น จึงต้องไปเกิดในนรกขุมที่ทุกข์ทรมานเป็นเวลายาวนาน และเมื่อพ้นจากนรกแล้วเศษกรรมยังคงส่งผลให้ต้องมาเสวยผลกรรมเป็นเปรตที่มีปากเหมือนสุกร ต้องทนทุกข์ทรมานกับหนอนที่คอยกัดกินปากของตนเองไม่สิ้นสุด
เรื่องราวนี้เป็นอุทาหรณ์สอนใจที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับพุทธศาสนิกชน เพื่อให้ตระหนักถึงโทษของการพูดจาหยาบคายและการใช้คำพูดในทางที่ผิด ซึ่งส่งผลร้ายแรงต่อชีวิตทั้งในปัจจุบันและอนาคต การสำรวมวาจาและการรักษาศีลจึงเป็นสิ่งที่จำเป็น เพื่อป้องกันตนเองไม่ให้ต้องตกไปสู่ทางแห่งความเสื่อมและอบายภูมิเช่นเดียวกับเปรตตนนี้
อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →
แสดงความคิดเห็น
แบ่งปันข้อสังเกต คำถาม หรือข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสูกรมุขเปตวัตถุ