ธาตุวิวัณณเปตวัตถุ (ว่าด้วยเรื่องเปรตผู้มีผิวพรรณดุจถ่านไฟ) ปรากฏอยู่ในขุททกนิกาย เปตวัตถุ เล่มที่ 33 เป็นเรื่องราวที่พระมหาโมคคัลลานเถระได้พบเห็นเปรตตนหนึ่งในระหว่างทางที่ลงจากเขาคิชฌกูฏ โดยเปรตตนนี้มีรูปร่างน่าเกลียดน่ากลัว ผิวพรรณดำมืดดุจถ่านไฟ มีกลิ่นเหม็นเน่าฟุ้งกระจาย และถูกฝูงแมลงวันตอมกินเนื้ออยู่ตลอดเวลา

พระมหาโมคคัลลานะจึงได้ถามถึงสาเหตุแห่งกรรมที่ทำให้ต้องมาเสวยทุกข์ทรมานเช่นนี้ เปรตจึงได้เล่าถึงผลกรรมในอดีตชาติของตนให้ฟังว่า สมัยที่ยังเป็นมนุษย์ ตนเป็นคนใจแคบและมีความอิจฉาริษยา เมื่อเห็นผู้อื่นกระทำบุญกุศลหรือถวายทานแก่พระสงฆ์ ตนกลับกล่าววาจาดูหมิ่นเหยียดหยามและทำลายศรัทธาของผู้อื่นด้วยการติเตียนทานนั้นว่า "ไม่ควรให้" หรือ "ให้ไปก็ไม่ได้บุญ" เป็นต้น

สาเหตุแห่งการตกนรกและเป็นเปรตในครั้งนี้สรุปได้ดังนี้:

  • การกล่าวติเตียนทาน: มีจิตใจริษยา ไม่ยินดีในบุญที่ผู้อื่นทำ และพูดห้ามปรามไม่ให้คนอื่นให้ทาน
  • การทำลายศรัทธา: ใช้ถ้อยคำดูถูกเหยียดหยามผู้ให้ทานและผู้รับทาน (พระสงฆ์) ด้วยใจที่ปราศจากความเคารพ
  • ผลแห่งวจีกรรม: การพูดจาให้ร้ายในสิ่งที่บริสุทธิ์ ส่งผลให้ต้องมาเสวยวิบากกรรมที่น่าอดสู มีผิวพรรณดั่งถ่านไฟและถูกเบียดเบียนด้วยความทุกข์แสนสาหัส

บทสรุปของเรื่องนี้เป็นคำสอนที่เตือนใจให้พุทธศาสนิกชนระมัดระวังในเรื่อง "อนุโมทนาบุญ" การเห็นผู้อื่นทำความดีควรมีจิตใจที่แช่มชื่นและพลอยยินดี มิควรใช้วาจาในทางลบเพื่อตัดรอนศรัทธาของผู้อื่น เพราะการขัดขวางหรือติเตียนการทำความดีของผู้อื่นนั้นมีโทษหนักและนำไปสู่การเสวยทุกข์ในอบายภูมิอย่างยาวนาน การรู้จักวางใจให้เป็นกลางและยินดีในกุศลของผู้อื่นจึงเป็นแนวทางสำคัญในการสร้างสมบารมีและหลีกเลี่ยงวิบากกรรมชั่วร้ายเหล่านี้

อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →
ปรับปรุงข้อมูลล่าสุดวันที่ 2026-09-03