ขรัสสรชาดก เป็นชาดกที่แสดงถึงเรื่องราวของอำมาตย์ผู้ทุจริต คบคิดกับโจรเพื่อปล้นสะดมประชาชนในท้องถิ่นชนบท โดยตนเองทำทีเป็นผู้บริสุทธิ์ แต่ภายหลังความชั่วปรากฏจึงถูกพระราชาลงโทษตามความผิด พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงนำเรื่องนี้มาตรัสเล่า ณ พระเชตวันมหาวิหาร เพื่อทรงปรารภอำมาตย์ผู้ประพฤติชั่วในสมัยปัจจุบันว่า มิได้เคยประพฤติเช่นนี้เพียงในชาตินี้เท่านั้น แต่เคยประพฤติมาแล้วในอดีตกาลเช่นเดียวกัน
ใจความสำคัญและเหตุการณ์ในอดีตชาติ ในอดีตกาล ครั้งพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติในกรุงพาราณสี มีอำมาตย์ผู้ได้รับพระราชทานบ้านชายแดน ได้ร่วมมือกับพวกโจรให้ปล้นชาวบ้าน แล้วตนเองทำทีเป็นเดินทางกลับเข้ามาพร้อมกับมหาชนในเวลาเย็น พร้อมทั้งตีกลองอึกทึกทำตัวเสมือนเป็นผู้ปกป้องความสงบสุข พระโพธิสัตว์ซึ่งในชาตินั้นเสวยพระชาติเป็นบัณฑิตค้าขายอยู่ในหมู่บ้านนั้น ได้กล่าวคาถาประณามพฤติกรรมอันหน้าด้านไร้ยางอายของนายอำเภอผู้นั้น ว่าเป็นเสมือน "บุตรที่มารดาทอดทิ้ง" เพราะผู้ที่ปราศจากหิริและโอตตัปปะ (ความละอายและเกรงกลัวต่อบาป) ย่อมชื่อว่าไม่มีมารดา และไม่ตั้งอยู่ในฐานะบุตรที่ดี ภายหลังความชั่วของนายอำเภอผู้นั้นก็ถูกเปิดเผยและถูกพระราชาลงพระอาญาในที่สุด
คำสอนหลักและบทสรุปจากพระสูตร
- การลงโทษคนทุจริต: กรรมชั่วที่กระทำลงไปย่อมไม่สามารถปกปิดได้ พฤติกรรมที่คดโกงย่อมปรากฏและได้รับโทษทัณฑ์ในที่สุด
- คุณธรรมความละอายต่อบาป: ผู้ที่ไร้ซึ่งหิริและโอตตัปปะ (ความละอายและเกรงกลัวต่อบาป) ย่อมประพฤติชั่วโดยไม่คำนึงถึงศีลธรรม เปรียบเสมือนคนไร้ญาติขาดมิตรและไร้ที่พึ่งทางใจ
- การประชุมชาดก: ในกาลนั้น อำมาตย์ผู้ทุจริตได้กลับชาติมาเกิดเป็นอำมาตย์ผู้กระทำผิดในปัจจุบัน ส่วนบัณฑิตผู้กล่าวคาถาตำหนิความชั่วคือองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั่นเอง
แสดงความคิดเห็น
แบ่งปันข้อสังเกต คำถาม หรือข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับขรัสสรชาดก