กุหกชาดก เป็นเรื่องราวที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงปรารภภิกษุผู้มักหลอกลวงรูปหนึ่ง ณ พระเชตวันมหาวิหาร เพื่อแสดงถึงโทษของการหน้าเนื้อใจเสือและการเสแสร้งทำเป็นคนมีศีลธรรมอันดีงาม ทั้งที่เบื้องหลังเต็มไปด้วยความโลภและการทุจริต

ในอดีตกาล มีชฎิลโกงผู้หนึ่งอาศัยอยู่ในบรรณศาลาที่กุฎุมพีสร้างถวายในป่า ด้วยความที่กุฎุมพีมีความเลื่อมใสและเกรงกลัวโจร จึงได้นำทองคำจำนวนหนึ่งร้อยแท่งไปฝากไว้กับดาบส ต่อมาดาบสผู้โลภมากได้ยักยอกทองคำนั้นไปซ่อนไว้ และทำทีเป็นขอลากลับเพื่อหลีกหนีความพัวพัน ก่อนไปดาบสได้แกล้งเอาเส้นหญ้าติดชฎามาถามกุฎุมพีด้วยท่าทางเคร่งครัดในศีลธรรมว่า การเอาสิ่งของที่เจ้าของไม่ได้ให้แม้แต่เส้นหญ้าเดียวไม่สมควรแก่บรรพชิต ทำให้กุฎุมพียิ่งศรัทธามากขึ้นไปอีก

โชคดีที่พระโพธิสัตว์ซึ่งเดินทางมาพักแรมในหมู่บ้านนั้นได้ฉุกคิดถึงพฤติกรรมน่าสงสัย จึงแนะนำให้กุฎุมพีไปตรวจสอบทรัพย์สิน จนพบว่าทองคำถูกขโมยไปจริง ๆ ทั้งสองจึงช่วยกันตาม จับกุมดาบสโกง ได้สำเร็จ พร้อมทั้งทุบตีและบังคับให้นำทองมาคืน พระโพธิสัตว์จึงได้กล่าวคาถาตำหนิพฤติกรรมที่เสแสร้งของดาบสว่า พูดจาสละสลวยและเคร่งครัดกับเรื่องเส้นหญ้าเพียงเส้นเดียว แต่กลับใจกล้าขโมยทองคำตั้งร้อยแท่งโดยไม่รู้สึกรู้สาหรือติดใจอะไรเลย

สรุปคำสอนสำคัญจากชาดกนี้:

  • เตือนสติให้ระวังบุคคลผู้มีวาจาไพเราะและแสดงตัวว่ามีศีลธรรม แต่อาจมีจิตใจที่ทุจริต
  • การกระทำความผิดชิ้นใหญ่มักถูกปกปิดด้วยการสร้างภาพลวงตาในเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อตบตาผู้อื่น
  • ในท้ายที่สุด พระพุทธองค์ทรงประชุมชาดกโดยระบุว่า ดาบสโกงในครั้งนั้นได้มาเกิดเป็นภิกษุผู้หลอกลวงในปัจจุบัน ส่วนบุรุษผู้เป็นบัณฑิตผู้รู้เท่าทันและแก้ปัญหาคือพระองค์เอง
อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →
ปรับปรุงข้อมูลล่าสุดวันที่ 2026-09-13