ติตติรชาดก เป็นเรื่องราวที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงปรารภถึงพระโกกาลิกภิกษุ ณ พระเชตวันมหาวิหาร เพื่อชี้ให้เห็นโทษของการพูดจาที่ไม่เหมาะสม ซึ่งไม่เพียงแต่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนจนถึงแก่ชีวิต แต่ยังนำความพินาศมาสู่ผู้พูดเองด้วย ดังเช่นที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในอดีตกาล
ในอดีต พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นดาบสผู้เป็นอาจารย์ใหญ่ของหมู่ฤาษี ๕๐๐ รูปในป่าหิมพานต์ วันหนึ่ง เกิดเหตุการณ์สำคัญ ๒ เหตุการณ์ที่สะท้อนถึงภัยจากคำพูด ได้แก่:
- เหตุการณ์ที่ 1: ดาบสปากกล้าผู้ชอบพูดจาชี้ ด้อย และก้าวก่ายผู้อื่น ถูกดาบสผู้เป็นโรคผอมเหลืองที่กำลังฟืนฟืนและเกิดความโกรธ ใช้พร้าฟันจนถึงแก่ความตาย
- เหตุการณ์ที่ 2: นกกระทาตัวหนึ่งอาศัยอยู่ที่จอมปลวกใกล้ร่มอาศรม ขันส่งเสียงดังลั่นและไม่ถูกกาลเทศะทุกเช้าเย็น ทำให้พรานป่าใช้เสียงนั้นเป็นจุดสังเกตตามไปฆ่ามันเสียชีวิต
เมื่อพระโพธิสัตว์ทรงทราบเรื่องราว จึงได้นำเหตุการณ์ทั้งสองมาประมวลเข้าด้วยกัน และกล่าวคาถาแสดงธรรมแก่หมู่ดาบสว่า "วาจาที่ดังเกินไป ความเป็นผู้รุนแรงเกินไป พูดล่วงเวลา ย่อมฆ่าผู้มีปัญญาทรามเสีย ดุจวาจาฆ่านกกระทา ผู้ขันดังเกินไป ฉะนั้น"
คำสอนหลักจากพระสูตรนี้: พระพุทธองค์ทรงสอนให้พุทธศาสนิกชนและภิกษุทั้งหลายสำรวมระวังในวาจาของตน ไม่ควรพูดจาด้วยถ้อยคำที่รุนแรง หยาบคาย ก้าวร้าว หรือพูดส่งเสียงดังโดยไม่รู้จักกาลเทศะ เพราะวาจาที่ไม่ระมัดระวังย่อมนำภัยพิบัติและความฉิบหายมาสู่ผู้พูดเอง เช่นเดียวกับนกกระทาและดาบสปากกล้าในชาดกนี้ ในท้ายที่สุด พระพุทธองค์ได้ทรงประชุมชาดกโดยระบุว่า ดาบสผู้ว่ายากในครั้งนั้นได้กลับชาติมาเกิดเป็นพระโกกาลิกภิกษุนั่นเอง
อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →
แสดงความคิดเห็น
แบ่งปันข้อสังเกต คำถาม หรือข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับติตติรชาดก