นังคลีสชาดก เป็นชาดกที่แสดงถึงโทษของการพูดที่ไม่รู้กาลเทศะ และความจำกัดของปัญญาในบุคคลผู้โง่เขลา โดยมีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงปรารภพระโลลุทายีเถระ ผู้มักกล่าววาจาไม่สมควรในงานมงคลและอวมงคลสลับกันอยู่เสมอ ทำให้ภิกษุทั้งหลายนำมาสนทนากันในโรงธรรม พระองค์จึงทรงนำเรื่องราวในอดีตมาสาธกเตือนใจว่าเหตุการณ์นี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วในอดีต

ในอดีตกาล ณ เมืองพาราณสี พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นอาจารย์ทิศาปาโมกข์ผู้สอนศิลปวิทยาแก่มาณพ ๕๐๐ คน ในบรรดานั้นมีมาณพผู้หนึ่งมีปัญญาอ่อนและเลื่อนเปื้อน แต่เป็นผู้มีอุปการะคอยปรนนิบัติรับใช้พระโพธิสัตว์เป็นอย่างดี ด้วยความเมตตา พระโพธิสัตว์จึงพยายามฝึกฝนเขาให้เกิดความฉลาดด้วยอุบาย คือให้คอยสังเกตสิ่งต่าง ๆ ที่พบเห็นในป่าแล้วนำมาเล่าให้ฟัง พร้อมทั้งฝึกให้รู้จักเปรียบเทียบด้วยอุปมาและเหตุผล

  • เมื่อเห็น **งู** มาณพเปรียบว่าเหมือน **งอนไถ** (อาจารย์เห็นว่าพอรับได้)
  • เมื่อเห็น **ช้าง** และ **อ้อย** มาณพก็เปรียบว่าเหมือน **งอนไถ** เช่นกัน
  • จนกระทั่งวันหนึ่ง เมื่อบริโภค **นมส้มและนมสด** แล้วถูกซักถาม มาณพก็ยังคงตอบว่าเหมือน **งอนไถ** อีก ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่สมเหตุสมผลโดยสิ้นเชิง

พระโพธิสัตว์จึงตระหนักว่ามาณพผู้นี้โง่เขลาเกินกว่าจะสั่งสอนให้รู้แจ้งได้ จึงกล่าวคาถาว่า "คนโง่ย่อมกล่าวคำที่ไม่ควรกล่าว ทุกอย่างได้ในที่ทุกแห่ง คนโง่นี้ไม่รู้จักเนยข้น และงอนไถ ย่อมสำคัญเนยขึ้นและนมสดว่า เหมือนงอนไถ" แล้วจึงให้เสบียงส่งเขากลับบ้านไป ในที่สุด พระศาสดาทรงประชุมชาดกโดยระบุว่า มาณพผู้เลื่อนเปื้อนในครั้งนั้นได้มาเกิดเป็นพระโลลุทายี ส่วนอาจารย์ทิศาปาโมกข์คือพระองค์เอง

อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →
ปรับปรุงข้อมูลล่าสุดวันที่ 2026-09-13