With Kāmabhū (2nd)
ทุติยกามภูสูตร เป็นพระสูตรในสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค บันทึกบทสนทนาระหว่างท่านพระกามภูกับจิตตคฤหบดี ณ อัมพาฏกวัน ใกล้ราวป่ามัจฉิกาสณฑ์ โดยจิตตคฤหบดีได้เข้าเฝ้าท่านพระกามภูและตั้งคำถามเกี่ยวกับสังขาร
เริ่มต้นด้วยคำถามว่าสังขารมีเท่าไร ท่านพระกามภูตอบว่า สังขารมี ๓ อย่าง คือ กายสังขาร วจีสังขาร และจิตตสังขาร เมื่อถูกถามต่อไปว่าแต่ละสังขารคืออะไร ท่านพระกามภูอธิบายว่า ลมหายใจเข้าและลมหายใจออก จัดเป็นกายสังขาร วิตกและวิจาร (ความคิดและการตรอง) จัดเป็นวจีสังขาร ส่วนสัญญาและเวทนา (ความจำได้หมายรู้และความรู้สึก) จัดเป็นจิตตสังขาร
ท่านพระกามภูได้อธิบายเหตุผลของการเรียกสังขารแต่ละประเภทดังนี้ ลมหายใจเข้าออกเกิดขึ้นที่กายและเนื่องด้วยกาย จึงเรียกว่ากายสังขาร บุคคลย่อมตรึกตรองก่อนแล้วจึงเปล่งวาจาภายหลัง วิตกและวิจารจึงเรียกว่าวจีสังขาร ส่วนสัญญาและเวทนาเกิดขึ้นที่จิตและเนื่องด้วยจิต จึงเรียกว่าจิตตสังขาร
จิตตคฤหบดีได้ถามต่อไปถึงสัญญาเวทยิตนิโรธสมาบัติ (การเข้าถึงความดับแห่งสัญญาและเวทนา) ว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร ท่านพระกามภูชี้แจงว่า ภิกษุผู้จะเข้าสมาบัตินี้มิได้ดำริว่าจะเข้าหรือกำลังเข้า แต่ได้อบรมจิตให้โน้มไปสู่ความเป็นเช่นนั้นก่อนแล้ว และเมื่อภิกษุเข้าสมาบัตินี้ วจีสังขารจะดับก่อน ตามด้วยกายสังขาร และสุดท้ายจิตตสังขารจึงดับ
อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →