เนื้อหาจาก จูฬโพธิจริยา ในจริยาปิฎก หมวดสีลปารมี แสดงถึงเรื่องราวในอابقชาติ (อดีตชาติ) ของพระโพธิสัตว์ เมื่อเสวยพระชาติเป็น "จูฬโพธิบัณฑิต" ผู้มีความประพฤติดีงามและเคร่งครัดในศีล เมื่อได้เห็นภัยในวัฏสงสาร พระองค์จึงตัดสินใจออกบวชเป็นนักบวชพร้อมด้วยภรรยาคู่ชีวิตผู้มีผิวพรรณดั่งทองคำ ทั้งสองท่านสละความอาลัยในฆราวาสวิสัย ตัดขาดจากเครือญาติและตระกูล ออกจาริกไปตามบ้านและนิคม จนกระทั่งเดินทางไปถึงเมืองพาราณสี และอาศัยพักผ่อนอยู่ ณ พระราชอุทยานแห่งหนึ่งด้วยความสงบสำรวม

เหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นเมื่อพระราชาเสด็จประพาสอุทยานและทอดพระเนตรเห็นนางพราหมณีผู้เป็นภรรยาของจูฬโพดาบส ด้วยความหลงใหลในรูปโฉม พระราชาจึงตรัสถามด้วยความสนใจ และเมื่อทราบว่านางเป็นเพียงเพื่อนพรหมจรรย์ไม่ใช่ภรรยาผูกขาด พระราชาจึงใช้อำนาจสั่งให้บริวารฉุดคร่าและบังคับพาตัวนางเข้าสู่พระราชนิเวศน์ด้วยกำลัง

ในขณะที่นางพราหมณีถูกลากตัวไปและร้องเรียกให้ช่วยเหลือ จูฬโพดาบสบังเกิดความโกรธ (Kopo) ขึ้นในใจ แต่ด้วยสติและการฝึกฝนตนมาอย่างดี พระองค์จึงสามารถระงับและควบคุมความโกรธนั้นไว้ได้ทันที ไม่ปล่อยให้ความโกรธลุกลามหรือแสดงพฤติกรรมรุนแรงตอบโต้ พระองค์ทรงตั้งมั่นอยู่ในศีลและข้อวัตรปฏิบัติอย่างแน่วแน่ โดยทรงตระหนักว่าต่อให้นางพราหมณีจะถูกแทงด้วยหอกอันคมกริบ พระองค์ก็จะไม่ยอมทำลายศีลของตนเป็นอันขาด

พระโพธิสัตว์ได้ทรงกล่าวสรุปถึงแรงบันดาลใจในการรักษาศีลอย่างเด็ดเดี่ยวว่า การที่พระองค์ไม่โต้ตอบไม่ใช่เพราะเกลียดชังภรรยา และไม่ใช่ว่าพระองค์จะไร้ซึ่งกำลังความสามารถ แต่เป็นเพราะพระองค์ทรงรักและปรารถนา "พระสัพพัญญุตญาณ" (การตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า) มากกว่าสิ่งใด การรักษาศีลให้บริสุทธิ์จึงเป็นหนทางเดียวที่จะนำไปสู่เป้าหมายอันสูงสุดนั้น

คำสอนหลักจากจูฬโพธิจริยา ได้แก่:

  • การเห็นภัยในวัฏสงสารนำไปสู่การสละความสุขทางโลกเพื่อออกบวช
  • การฝึกฝนตนเองให้มีขันติและความสามารถในการระงับความโกรธเมื่อเผชิญกับเหตุการณ์กระทบกระทั่ง
  • ความเด็ดเดี่ยวในการรักษาศีลให้บริสุทธิ์ แม้จะต้องเผชิญกับความทุกข์ยากหรือความอยุติธรรม
  • เป้าหมายสูงสุดคือการบำเพ็ญบารมีเพื่อบรรลุพระสัพพัญญุตญาณ ซึ่งสำคัญเหนือกว่าสิ่งอื่นใด
อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →
ปรับปรุงข้อมูลล่าสุดวันที่ 2026-09-08