Tathāgatasutta

ตถาคตสูตร

The Realized One

ข้อมูล ตถาคตสูตร
พระไตรปิฎกเล่มที่ 19
นิกายสังยุตตนิกาย
ผู้แสดงธรรมพระพุทธเจ้า
ผู้ฟังหมู่ภิกษุ
สถานที่
อ่านพระสูตรตถาคตสูตร →

สรุปเนื้อหา ตถาคตสูตร

พระตถาคตสูตร (SN 51.32) เป็นพระสูตรที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่พระภิกษุทั้งหลายเกี่ยวกับที่มาแห่งอานุภาพและฤทธิ์อันยิ่งใหญ่ของพระองค์

พระองค์ทรงตั้งคำถามว่า “เธอทั้งหลายจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน สิ่งอะไรที่ตถาคตได้เจริญแล้ว ได้กระทำให้มากแล้ว จึงมีอานุภาพมากถึงเพียงนี้?” พระภิกษุทั้งหลายทูลตอบว่า “คำสอนของข้าพระองค์ทั้งหลายมีพระพุทธเจ้าเป็นรากฐาน...”

พระพุทธเจ้าทรงตรัสตอบว่า ตถาคตมีอานุภาพมากถึงเพียงนี้ ก็เพราะได้เจริญและกระทำให้มากซึ่ง อิทธิบาท 4 ประการ ได้แก่:

  • ฉันทสมาธิปธานสังขาร คือ การเจริญอิทธิบาทที่มีสมาธิเกิดจากความพอใจ (ฉันทะ) และมีปธานสังขาร (ความเพียรเครื่องปรุงแต่ง)
  • วิริยสมาธิปธานสังขาร คือ การเจริญอิทธิบาทที่มีสมาธิเกิดจากความเพียร (วิริยะ) และมีปธานสังขาร
  • จิตตสมาธิปธานสังขาร คือ การเจริญอิทธิบาทที่มีสมาธิเกิดจากความคิด (การเอาใจฝักใฝ่) (จิตตะ) และมีปธานสังขาร
  • วิมังสาสมาธิปธานสังขาร คือ การเจริญอิทธิบาทที่มีสมาธิเกิดจากการไตร่ตรอง (การสอบสวน) (วิมังสา) และมีปธานสังขาร

ในการเจริญอิทธิบาทแต่ละข้อนั้น ภิกษุพึงตั้งใจว่า “ฉันทะ (หรือวิริยะ/จิตตะ/วิมังสา) ของเราจักไม่หย่อนนัก ไม่ตึงนัก และจักไม่หดหู่ภายใน ไม่ฟุ้งซ่านภายนอก” และพึงกำหนดหมายรู้ทั้งเบื้องหน้าเบื้องหลัง ทั้งเบื้องบนเบื้องล่าง ทั้งกลางวันกลางคืน ให้เสมอกัน กล่าวคือ ทำให้ทั่วถึงและสมดุล จากนั้นจึงพัฒนาจิตให้เป็น จิตมีรัศมี อันเปิดเผย ไม่ถูกครอบงำด้วยอารมณ์ใดๆ

ด้วยการเจริญและกระทำให้มากซึ่งอิทธิบาท 4 ประการนี้เอง พระตถาคตจึงสามารถแสดงฤทธิ์ได้นานาประการ เช่น เนรมิตกายเดียวให้เป็นหลายกาย แล้วกลับเป็นกายเดียวได้ หรือมีอำนาจเหนือร่างกายไปจนถึงพรหมโลก

นอกจากนี้ ด้วยการเจริญอิทธิบาท 4 ประการนี้ พระตถาคตยังได้บรรลุ เจโตวิมุตติ (ความหลุดพ้นแห่งใจ) และ ปัญญาวิมุตติ (ความหลุดพ้นด้วยปัญญา) อันไม่กำเริบในภพปัจจุบัน และเข้าถึงอยู่ซึ่งวิมุตตินั้นด้วยปัญญาอันยิ่งเอง เพราะความสิ้นไปแห่งอาสวะทั้งหลาย

อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →
ปรับปรุงข้อมูลล่าสุดวันที่ 2026-05-09
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka