About Bhāradvāja the Alms-Gatherer
ปิณโฑลภารทวาชสูตร (สังยุตตนิกาย SN 48.49) บันทึกเหตุการณ์สำคัญ ณ โฆสิตาราม ใกล้เมืองโกสัมพี ในคราวที่พระปิณโฑลภารทวาชะเถระ ผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้บันลือสีหนาท ได้ประกาศคุณวิเศษคือการบรรลุอรหัตผลของท่านอย่างมั่นใจว่า "เรารู้ชัดว่า ชาติสิ้นแล้ว พรหมจรรย์อยู่จบแล้ว กิจที่ควรทำทำเสร็จแล้ว กิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้มิได้มี" การประกาศนี้เป็นการยืนยันถึงการสิ้นสุดการเวียนว่ายตายเกิด และการสำเร็จซึ่งกิจสูงสุดในพระพุทธศาสนา.
เมื่อภิกษุหลายรูปได้ยินคำประกาศอันอุกอาจเช่นนั้น จึงเกิดความสงสัยและเข้าไปกราบทูลถามพระผู้มีพระภาคว่า พระปิณโฑลภารทวาชะเห็นอำนาจประโยชน์อันใดเล่า จึงได้พยากรณ์อรหัตผลเช่นนั้น พระพุทธองค์ผู้ทรงรู้แจ้ง ได้ทรงอธิบายแก่ภิกษุทั้งหลายว่า ที่พระปิณโฑลภารทวาชะสามารถประกาศอรหัตผลได้อย่างบริสุทธิ์หมดจดนั้น เป็นเพราะท่านได้เจริญและกระทำให้มากแล้วซึ่งอินทรีย์ ๓ ประการ อันเป็นธรรมสำคัญในมรรคมีองค์ ๘.
อินทรีย์ ๓ ประการที่พระพุทธองค์ทรงกล่าวถึงคือ สตินทรีย์ (อินทรีย์คือสติ) หมายถึง การมีสติระลึกรู้ในธรรมทั้งหลายและไม่ประมาท สมาธินทรีย์ (อินทรีย์คือสมาธิ) หมายถึง การตั้งมั่นแห่งจิตในอารมณ์เดียวอย่างแน่วแน่ และปัญญินทรีย์ (อินทรีย์คือปัญญา) หมายถึง ปัญญาที่เห็นแจ้งแทงตลอดในอริยสัจธรรมและความจริงของสิ่งทั้งปวง พระพุทธองค์ยังทรงชี้ชัดว่า อินทรีย์ทั้งสามประการนี้มีจุดหมายปลายทาง คือความสิ้นไปแห่งกิเลสทั้งปวง และความสิ้นไปนั้นคือความสิ้นไปแห่งชาติ ชรา และมรณะ ซึ่งเป็นการดับทุกข์โดยสิ้นเชิง.
ด้วยการเจริญสตินทรีย์ สมาธินทรีย์ และปัญญินทรีย์อย่างสมบูรณ์ ทำให้พระปิณโฑลภารทวาชะได้เห็นแจ้งถึงความสิ้นไปแห่งวัฏฏะสงสาร คือชาติ ชรา และมรณะ ซึ่งเป็นจุดสูงสุดของการหลุดพ้น พระสูตรนี้จึงเป็นบทสรุปที่เน้นย้ำถึงแก่นธรรมสำคัญในการปฏิบัติเพื่อการบรรลุพระอรหัตผล อันได้แก่การพัฒนาอินทรีย์ทั้งสามให้เป็นไปเพื่อความสิ้นทุกข์อย่างแท้จริง ซึ่งเป็นคำสั่งสอนที่พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ทรงตรัสรู้และแสดง.
อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →