Analysis
อิทธิบาท 4 ในวิภังคสูตร แห่งสังยุตตนิกาย (พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ข้อที่ ๑๑๗๙) กล่าวถึงธรรมอันเป็นหนทางแห่งความสำเร็จ หรือคุณธรรมที่นำไปสู่ความสำเร็จตามที่มุ่งหมายไว้ ซึ่งเมื่อภิกษุเจริญและกระทำให้มากแล้ว ย่อมมีผลมาก มีอานิสงส์มาก โดยพระพุทธองค์ทรงจำแนกอิทธิบาทไว้ 4 ประการ ได้แก่ ฉันทะ วิริยะ จิตตะ และวิมังสา
การเจริญอิทธิบาททั้ง 4 ประการนี้ ต้องประกอบด้วย "สมาธิ" (ความตั้งมั่นแห่งจิต) และ "ปธานสังขาร" (ความเพียรพยายาม) ซึ่งหมายถึงการทำให้ฉันทะ วิริยะ จิตตะ และวิมังสาแต่ละข้อนั้น เกิดสมาธิขึ้นและมีความเพียรที่พอดี กล่าวคือ ไม่ย่อหย่อนเกินไป (ไม่เกียจคร้าน) ไม่ต้องประคองเกินไป (ไม่ฟุ้งซ่าน) ไม่หดหู่ภายใน (ไม่ซึมเซา) และไม่ฟุ้งซ่านไปภายนอก (ไม่วอกแวกไปในกามคุณทั้ง 5) พร้อมทั้งอบรมจิตให้มีแสงสว่างและมีความสำคัญในเบื้องหน้าเบื้องหลังอยู่เสมอ ดุจเดียวกับเห็นกลางวันเหมือนกลางคืน หรือเห็นเบื้องล่างเหมือนเบื้องบน อันแสดงถึงความรอบรู้และมีสติไม่คลอนแคลน
อิทธิบาทแต่ละข้อนั้นเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ส่งเสริมซึ่งกันและกัน กล่าวคือ:
1. **ฉันทะ:** ความพอใจรักใคร่ในสิ่งที่ทำ ด้วยความเต็มใจและปรารถนาจะทำให้ดียิ่งขึ้น
2. **วิริยะ:** ความเพียรพยายาม ขยันหมั่นประกอบสิ่งนั้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ท้อถอย
3. **จิตตะ:** ความเอาใจจดจ่อ ตั้งจิตรับรู้ในสิ่งที่ทำ ไม่ปล่อยใจให้ฟุ้งซ่าน มีสมาธิมั่นคง
4. **วิมังสา:** การใช้ปัญญาไตร่ตรองพิจารณา ตรวจตราหาเหตุผล ข้อบกพร่อง และวิธีการแก้ไขปรับปรุง
เมื่อภิกษุเจริญอิทธิบาท 4 ได้อย่างสมบูรณ์แล้ว ย่อมสามารถกระทำให้แจ้งซึ่งเจโตวิมุตติและปัญญาวิมุตติ อันปราศจากอาสวะทั้งหลายได้ ซึ่งนำไปสู่การบรรลุอรหัตผลในที่สุด
อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →