Vibhaṅgasutta

อิทธิบาท วิภังคสูตร

Analysis

ข้อมูล อิทธิบาท วิภังคสูตร
พระไตรปิฎกเล่มที่ 19
นิกายสังยุตตนิกาย
ผู้แสดงธรรมพระพุทธเจ้า
ผู้ฟังหมู่ภิกษุ
สถานที่
อ่านพระสูตรอิทธิบาท วิภังคสูตร →

สรุปเนื้อหา อิทธิบาท วิภังคสูตร

พระสูตรอิทธิบาทวิภังคสูตร (SN 51.20) อธิบายถึงอานิสงส์อันยิ่งใหญ่และประโยชน์มหาศาลของการเจริญและบ่มเพาะ อิทธิบาท 4 ซึ่งประกอบด้วย ฉันทะ (ความพอใจ, ความตั้งใจ), วิริยะ (ความเพียร), จิตตะ (ความคิด, จิต), และ วิมังสา (การไตร่ตรอง, การสอบสวน) อย่างถูกวิธี

พระภิกษุผู้ปฏิบัติจะต้องพัฒนาอิทธิบาทแต่ละข้อด้วยความพยายาม โดยมีหลักคิดสำคัญคือการรักษาสมดุล: ‘ฉันทะ (หรืออิทธิบาทอื่นๆ) ของเราจะไม่ย่อหย่อนเกินไปหรือตึงเครียดเกินไป และจะไม่หดหู่ภายในหรือฟุ้งซ่านภายนอก’

  • ฉันทะ/วิริยะ/จิตตะ/วิมังสาที่ย่อหย่อน คือการประกอบด้วยความเกียจคร้าน
  • ฉันทะ/วิริยะ/จิตตะ/วิมังสาที่ตึงเครียด คือการประกอบด้วยความฟุ้งซ่าน
  • ฉันทะ/วิริยะ/จิตตะ/วิมังสาที่หดหู่ภายใน คือการประกอบด้วยความทื่อและง่วงเหงา
  • ฉันทะ/วิริยะ/จิตตะ/วิมังสาที่ฟุ้งซ่านภายนอก คือการฟุ้งซ่านไปในกามคุณห้าภายนอก

พร้อมกันนี้ ต้องเจริญสติด้วยการรับรู้ในลักษณะต่างๆ:

  • ก่อนเหมือนหลัง หลังเหมือนก่อน: คือการรับรู้โดยการกำหนดจิต ตั้งมั่น พึงระลึก และพิจารณาด้วยปัญญาอย่างถ่องแท้
  • ล่างเหมือนบน บนเหมือนล่าง: คือการพิจารณากายตนเองตั้งแต่ปลายเท้าขึ้นไปถึงปลายผม และจากปลายผมลงมาถึงปลายเท้า โดยละเอียดในส่วนต่างๆ ที่ไม่สะอาดทั้ง 32 ประการ
  • กลางวันเหมือนกลางคืน กลางคืนเหมือนกลางวัน: คือการปฏิบัติด้วยลักษณะ คุณสมบัติ และนิมิตแบบเดียวกันอย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นช่วงกลางวันหรือกลางคืน

การปฏิบัติเช่นนี้จะช่วยให้จิตเปิดกว้างและไม่ถูกปิดกั้น นำไปสู่ จิตที่เปี่ยมด้วยความรุ่งเรือง ซึ่งเกิดจากการที่ภิกษุจับ สัญญาแห่งแสงสว่าง และ สัญญาแห่งกลางวัน ได้อย่างถูกต้อง

เมื่อ อิทธิบาท 4 ได้รับการพัฒนาและบ่มเพาะอย่างสมบูรณ์เช่นนี้ ย่อมนำมาซึ่งผลอันยิ่งใหญ่ ได้แก่การบรรลุ อภิญญา แสดงฤทธิ์ได้นานาประการ เช่น การเนรมิตกายให้มากหรือน้อย และที่สำคัญที่สุดคือการบรรลุ ความพ้นจากกิเลส ทั้งทางใจและทางปัญญาในภพชาตินี้เอง ด้วยการประจักษ์แจ้งด้วยตนเองจากการสิ้นอาสวกิเลส

อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →
ปรับปรุงข้อมูลล่าสุดวันที่ 2026-05-11
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka