In Ambapālī’s Mango Grove
อัมพปาลิวนสูตร (สังยุตตนิกาย SN 52.9) เป็นพระสูตรที่บันทึกบทสนทนาระหว่างพระสารีบุตรกับพระอนุรุทธะ ณ อัมพปาลีวัน ใกล้กรุงเวสาลี ในครั้งนั้น พระสารีบุตรสังเกตเห็นว่าอินทรีย์ของพระอนุรุทธะผ่องใส สีหน้าบริสุทธิ์ผุดผ่อง จึงสอบถามถึงวิหารธรรมที่พระอนุรุทธะดำรงอยู่เป็นส่วนมากในขณะนั้น
พระอนุรุทธะตอบว่า ท่านมีจิตตั้งมั่นดีแล้วในสติปัฏฐาน 4 ประการเป็นส่วนมาก โดยอธิบายว่า ภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ ย่อมพิจารณาเห็นกายในกายอยู่ มีความเพียร มีสัมปชัญญะ มีสติ กำจัดอภิชฌาและโทมนัสในโลกได้ เช่นเดียวกัน ภิกษุย่อมพิจารณาเห็นเวทนาในเวทนาทั้งหลาย พิจารณาเห็นจิตในจิต และพิจารณาเห็นธรรมในธรรมทั้งหลายอยู่ ด้วยอาการอย่างเดียวกัน คือมีความเพียร มีสัมปชัญญะ มีสติ กำจัดอภิชฌาและโทมนัสในโลกได้
พระอนุรุทธะยังกล่าวต่อไปว่า ภิกษุใดเป็นพระอรหันต์ มีอาสวะสิ้นแล้ว อยู่จบพรหมจรรย์ ทำกิจที่ควรทำเสร็จแล้ว ปลงภาระได้แล้ว บรรลุประโยชน์ตนโดยลำดับแล้ว สิ้นภวสังโยชน์แล้ว หลุดพ้นเพราะรู้โดยชอบ ภิกษุนั้นย่อมมีจิตตั้งมั่นดีแล้วในสติปัฏฐาน 4 ประการนี้เป็นส่วนมาก เมื่อได้ฟังดังนั้น พระสารีบุตรได้กล่าวชมเชยว่า เป็นลาภของพวกเราหนอ ที่ได้ฟังอาสภิวาจา (วาจาอันอาจหาญดุจราชสีห์) ของพระอนุรุทธะ
พระสูตรนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของสติปัฏฐาน 4 ในฐานะหนทางอันเอกเพื่อความบริสุทธิ์ของสัตว์ทั้งหลาย เพื่อก้าวล่วงความโศกและความร่ำไร เพื่อความดับสูญแห่งทุกข์และโทมนัส เพื่อบรรลุญายธรรม และเพื่อทำนิพพานให้แจ้ง อันเป็นวิหารธรรมที่สำคัญยิ่งสำหรับผู้ปฏิบัติธรรมไปจนถึงพระอรหันต์
อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →