ญาตสูตร (อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต 3.11) เป็นพระสูตรที่พระผู้มีพระภาคทรงแสดงเกี่ยวกับบทบาทและความรับผิดชอบของ พระภิกษุผู้เป็นที่รู้จักและมีชื่อเสียง ในสังคม พระสูตรนี้เน้นย้ำว่าพระภิกษุที่มีอิทธิพลต่อสาธารณะ สามารถนำพาสาธุชนไปสู่ความเสื่อมเสียหรือความเจริญได้ ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติ 3 ประการที่ท่านปฏิบัติและส่งเสริม
พระสูตรได้แบ่งลักษณะการกระทำออกเป็นสองกรณีหลัก:
- กรณีที่นำมาซึ่งความเสียหายและความทุกข์:
พระภิกษุผู้เป็นที่รู้จักท่านใดที่มีคุณสมบัติ 3 ประการนี้ จะชื่อว่ากระทำเพื่อความเสียหาย เพื่อความทุกข์ เพื่อความเดือดร้อนแก่หมู่ชน เพื่อความไม่เป็นประโยชน์ ไม่เกื้อกูล เพื่อความทุกข์ของเทวดาและมนุษย์ คุณสมบัติทั้งสามนั้นได้แก่:
- ส่งเสริม กายกรรม ที่ไม่เป็นไปเพื่อกุศล (เช่น การกระทำที่ผิดศีลธรรม)
- ส่งเสริม วจีกรรม ที่ไม่เป็นไปเพื่อกุศล (เช่น การพูดเท็จ พูดหยาบคาย ส่อเสียด เพ้อเจ้อ)
- ส่งเสริม หลักปฏิบัติหรือหลักธรรม ที่ไม่สอดคล้องกับกุศลธรรม (เช่น ชักชวนให้ยึดติดในสิ่งที่ผิด หรือปฏิเสธหลักธรรมที่ถูกต้อง)
พระภิกษุผู้มีคุณสมบัติเช่นนี้ ย่อมนำมาซึ่งความเดือดร้อนและความเสียหายอย่างใหญ่หลวงแก่สรรพสัตว์ทั้งหลาย
- กรณีที่นำมาซึ่งประโยชน์สุขและความผาสุก:
ในทางกลับกัน พระภิกษุผู้เป็นที่รู้จักท่านใดที่มีคุณสมบัติ 3 ประการนี้ จะชื่อว่ากระทำเพื่อประโยชน์ เพื่อความสุข เพื่อความเกื้อกูลแก่หมู่ชน เพื่อประโยชน์ เพื่อความสุขของเทวดาและมนุษย์ คุณสมบัติทั้งสามนั้นได้แก่:
- ส่งเสริม กายกรรม ที่เป็นไปเพื่อกุศล (เช่น การรักษาศีล การทำความดี)
- ส่งเสริม วจีกรรม ที่เป็นไปเพื่อกุศล (เช่น การพูดจริง มีประโยชน์ อ่อนโยน)
- ส่งเสริม หลักปฏิบัติหรือหลักธรรม ที่สอดคล้องกับกุศลธรรม (เช่น ชักชวนให้เจริญภาวนา ปฏิบัติธรรมตามพระวินัย)
พระภิกษุผู้มีคุณสมบัติเช่นนี้ ย่อมเป็นผู้สร้างสรรค์ประโยชน์สุขและความเจริญแก่โลกและสรรพชีวิต
ใจความสำคัญของญาตสูตรนี้คือ การเน้นย้ำถึงความสำคัญของการกระทำ คำพูด และหลักการที่พระภิกษุ โดยเฉพาะผู้มีบทบาทสำคัญ ควรยึดถือและส่งเสริม เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีและนำพาสาธุชนไปสู่หนทางแห่งกุศลกรรม อันจะยังประโยชน์สุขให้เกิดขึ้นแก่ทั้งตนเอง ผู้อื่น เทวดา และมนุษย์ในที่สุด
อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →
แสดงความคิดเห็น
แบ่งปันข้อสังเกต คำถาม หรือข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับญาตสูตร