Parisāsutta

ปริสาสูตร

Assemblies

ข้อมูล ปริสาสูตร
พระไตรปิฎกเล่มที่ 20
นิกายอังคุตรนิกาย
ผู้แสดงธรรมพระพุทธเจ้า
ผู้ฟังหมู่ภิกษุ
สถานที่
อ่านพระสูตรปริสาสูตร →

สรุปเนื้อหา ปริสาสูตร

พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงจำแนกสภา (หมู่คณะ) ของภิกษุออกเป็น 3 ประเภทสำคัญ ได้แก่

  • สภาผู้ประเสริฐสุด
  • สภาผู้แตกแยก
  • สภาผู้ปรองดอง

สภาผู้ประเสริฐสุด คือหมู่ภิกษุที่พระเถระไม่เป็นผู้มักมาก ไม่ย่อหย่อน ไม่เป็นผู้นำกลับไปสู่ความเสื่อมเสีย แต่เป็นผู้นำในการอยู่ป่า บำเพ็ญเพียรเพื่อเข้าถึงสิ่งที่ยังไม่เข้าถึง ทำสิ่งที่ยังไม่ทำให้สำเร็จ และทำให้แจ้งสิ่งที่ยังไม่ทำให้แจ้ง ภิกษุผู้มาทีหลังย่อมประพฤติตามเยี่ยงอย่างนั้นด้วย

สภาผู้แตกแยก คือหมู่ภิกษุที่ทะเลาะวิวาท แก่งแย่งชิงดี และตอกย้ำกันด้วยหอกคือคำพูดที่ไม่เป็นมิตรอยู่เสมอ ทำให้หมู่คณะขาดความสามัคคี

ส่วนสภาผู้ปรองดอง คือหมู่ภิกษุที่อยู่ร่วมกันด้วยความสามัคคี มีความเคารพต่อกัน ไม่มีข้อทะเลาะวิวาท กลมกลืนเหมือนน้ำกับนม และมองดูซึ่งกันและกันด้วยเมตตาจิต สภาเช่นนี้ย่อมนำมาซึ่งบุญกุศลอันไพบูลย์

เมื่อภิกษุทั้งหลายอยู่ร่วมกันอย่างปรองดองเช่นนี้ พวกเขาย่อมได้ วิหารธรรมอันเป็นทิพย์ คือ เจโตวิมุตติอันเป็นเครื่องรื่นเริงใจ ซึ่งเป็นกระบวนการที่นำไปสู่สมาธิ กล่าวคือ เมื่อจิตปรีดาปราโมทย์แล้ว ย่อมเกิดปีติ เมื่อใจมีปีติ กายย่อมสงบระงับ เมื่อกายสงบระงับ ย่อมเสวยสุข และเมื่อมีสุข จิตย่อมตั้งมั่นในสมาธิ

พระพุทธองค์ทรงเปรียบเทียบการสร้างบุญและสมาธิในหมู่คณะที่ปรองดองนี้ เหมือนฝนที่ตกลงมาอย่างหนักบนยอดเขา แล้วไหลหลากลงสู่หุบเหว ซอกเขา และลำธาร จากนั้นย่อมเติมเต็มสระน้ำ บึงน้ำ ทะเลสาบ แม่น้ำ และในที่สุดก็เต็มมหาสมุทร ฉันใด การอยู่ร่วมกันอย่างสามัคคีก็ย่อมสั่งสมบุญกุศลและนำไปสู่สมาธิอันลึกซึ้งได้ฉันนั้น พระสูตรนี้จึงเน้นย้ำถึงความสำคัญของความสามัคคีปรองดองในหมู่คณะ เพื่อความก้าวหน้าในเส้นทางแห่งธรรม

อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →
ปรับปรุงข้อมูลล่าสุดวันที่ 2026-05-30
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka