อาปายิกสูตร (an3.113) เป็นพระสูตรที่พระพุทธองค์ทรงแสดงถึงบุคคล ๓ ประเภท ที่มีแนวโน้มจะไปสู่อบายภูมิหรือนรก หากไม่ละเว้นจากความผิดนั้นๆ ซึ่งเปรียบเสมือนเครื่องผูกมัดที่จะนำพาไปสู่ความตกต่ำในภพภูมิเบื้องหน้า
พระองค์ทรงชี้ว่าบุคคลเหล่านี้คือ:
- ผู้ประพฤติผิดพรหมจรรย์แต่แสร้งทำเป็นบริสุทธิ์: คือบุคคลที่ละเมิดศีลข้อกาเมสุมิจฉาจาร หรือประพฤติผิดในกาม แต่กลับแสดงตนว่าเป็นผู้รักษาพรหมจรรย์อย่างเคร่งครัด หรือแกล้งทำเป็นไม่มีกิเลส ซึ่งเป็นการหลอกลวงศรัทธา สร้างบาปกรรมที่หนักหน่วงแก่ตนเอง เพราะเป็นการสร้างความเข้าใจผิดและบิดเบือนความจริงเกี่ยวกับพระธรรมวินัย.
- ผู้กล่าวหาผู้ประพฤติพรหมจรรย์บริสุทธิ์โดยไม่มีมูลความจริง: หมายถึงผู้ที่จงใจใส่ร้ายป้ายสี กล่าวหาพระภิกษุ สามเณร หรือผู้ประพฤติธรรมที่บริสุทธิ์ว่าประพฤติผิดพรหมจรรย์ โดยที่ไม่มีหลักฐานหรือข้อเท็จจริงใดๆ มารองรับ. การกล่าวตู่หรือกล่าวร้ายผู้อื่น ถือเป็นกรรมอันร้ายแรงที่สร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงต่อชื่อเสียง เกียรติยศ และศรัทธาของบุคคลนั้นๆ รวมถึงสร้างความเสื่อมเสียแก่พระศาสนา.
- ผู้มีความเห็นว่ากามสุขไม่ใช่สิ่งผิด จึงปล่อยตัวไปกับกามสุข: คือบุคคลที่มีมิจฉาทิฏฐิ ความเห็นผิด คิดว่าการแสวงหาและเสพกามสุขทุกรูปแบบนั้นเป็นเรื่องปกติ ไม่มีโทษ ไม่ใช่ความผิดบาป. ด้วยทิฏฐิเช่นนี้ จึงดำรงชีวิตอยู่ด้วยการปล่อยใจและร่างกายให้หลงระเริงไปกับกามคุณทั้งห้าอย่างเต็มที่ ไม่มีการควบคุมหรือยับยั้งชั่งใจ ซึ่งเป็นหนทางนำไปสู่การสะสมอกุศลกรรมและทุคติ.
พระพุทธองค์ทรงย้ำเตือนว่า บุคคลทั้งสามประเภทนี้ หาก ไม่ละเว้นจากความผิด หรือเปลี่ยนทิฏฐิและการกระทำดังกล่าว ก็จะต้องไปสู่อบายภูมิอย่างแน่นอน.
คำสอนในอาปายิกสูตรนี้จึงเป็นเครื่องเตือนใจให้พุทธศาสนิกชนสำรวมกาย วาจา ใจ ให้ตั้งมั่นอยู่ในศีลธรรมอันดีงาม มีความซื่อสัตย์สุจริต ไม่เป็นผู้มีมิจฉาทิฏฐิ และไม่กระทำการใดๆ ที่เป็นการเบียดเบียนตนเองและผู้อื่น รวมถึงสร้างความเสื่อมเสียแก่พระศาสนา เพื่อหลีกเลี่ยงการไปสู่ทุคติภูมิ.
อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →
ปรับปรุงข้อมูลล่าสุดวันที่ 2026-05-30
แสดงความคิดเห็น
แบ่งปันข้อสังเกต คำถาม หรือข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาปายิกสูตร