พระสูตรนี้ (AN 7.62) มีใจความสำคัญคือการที่พระพุทธเจ้าทรงสอนให้พุทธบริษัท “อย่าได้กลัวต่อการทำความดี” เพราะคำว่าความดีเป็นชื่อเรียกของ “ความสุข” พระองค์ทรงยกตัวอย่างจากประสบการณ์ในอดีตชาติของพระองค์เอง เพื่อแสดงให้เห็นถึงอานิสงส์อันยิ่งใหญ่ของการเจริญ “เมตตาจิต” เพียง 7 ปี จนส่งผลให้พระองค์ไม่ต้องกลับมาเวียนว่ายตายเกิดในโลกมนุษย์ตลอดระยะเวลา 7 กัป (ช่วงที่จักรวาลยุบตัวและขยายตัว) แต่ได้ไปอุบัติในพรหมโลกและสุคติภูมิที่สูงส่ง
พระพุทธองค์ทรงย้ำว่า อานิสงส์ของการทำกุศลและเมตตาจิตส่งผลให้พระองค์ได้รับความสุขในระดับสูง ดังนี้:
- ในระดับทิพย์: ได้เป็นท้าวมหาพรหมผู้ทรงอำนาจถึง 7 ครั้ง และเป็นท้าวสักกะจอมเทพผู้เป็นใหญ่ถึง 36 ครั้ง
- ในระดับมนุษย์: ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิผู้ทรงธรรม ปกครองแผ่นดินโดยปราศจากอาชญาและศาสตรา ครองความเป็นใหญ่เหนือมนุษย์ทั้งปวง
- ความมั่งคั่ง: ได้เกิดในตระกูลที่ร่ำรวย เพียบพร้อมด้วยทรัพย์สินและกามคุณทั้งปวง
คำสอนหลักของพระสูตรนี้คือการชี้ให้เห็นว่า ความดีที่ทำไว้สะสมมานานย่อมให้ผลเป็นความสุขเสมอ ผู้ที่ปรารถนาความเจริญหรือต้องการเป็นผู้ยิ่งใหญ่ด้วยธรรมะ ควรหมั่น “เคารพในพระธรรมคำสอน” และปฏิบัติตามคำแนะนำของพระพุทธเจ้า การกระทำความดีด้วยจิตที่มีเมตตาจึงเป็นต้นเหตุแห่งความสำเร็จ ความรุ่งเรือง และการบรรลุถึงฐานะอันประเสริฐ ผู้ที่ใฝ่หาความรู้และความยิ่งใหญ่จึงไม่ควรละเลยการสร้างกุศลกรรม เพราะนี่คือหนทางที่พระพุทธเจ้าทั้งหลายทรงสรรเสริญและเป็นเครื่องรับประกันถึงความสุขที่ยั่งยืน
อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →
แสดงความคิดเห็น
แบ่งปันข้อสังเกต คำถาม หรือข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเมตตสูตร