สรุปเนื้อหาพระสูตร: ปาฏิกาชีวกวัตถุ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย พระศาสดาเมื่อประทับ ณ กรุงสาวัตถี ทรงปรารภอาชีวกชื่อปาฏิกะ ได้ตรัสพระธรรมเทศนาคือคาถาว่า "น ปเรสํ วิโลมานิ..." มีเรื่องย่อดังนี้

อุบาสิกานางหนึ่งในกรุงสาวัตถีมีความเคารพรักใคร่นับถืออาชีวกชื่อปาฏิกะเสมือนบุตร ต่อมานางได้ฟังคำสรรเสริญพระพุทธคุณจากเพื่อนบ้านและเกิดความเลื่อมใสปรารถนาจะไปฟังธรรม แต่นางถูกอาชีวกห้ามปรามไว้ นางจึงตัดสินใจนิมนต์พระศาสดาเสด็จมาเสวยภัตตาหารและแสดงธรรมที่บ้านของตน ฝ่ายอาชีวกพยายามวางอุบายขัดขวางการนิมนต์แต่ไม่สำเร็จ ในวันรุ่งขึ้น เมื่อพระศาสดาเสด็จมาโปรดและทรงแสดงธรรมจนอุบาสิกามีจิตเลื่อมใสให้อภิรมย์ อาชีวกซึ่งแอบฟังอยู่หลังห้องเกิดความริษยาและไม่อาจอดทนได้ จึงออกมาด่าทอนางอุบาสิกาและพระศาสดาด้วยถ้อยคำหยาบคายก่อนจะหนีไป ทำให้นางอุบาสิกาเกิดจิตฟุ้งซ่านและมีความละอายจนไม่สามารถตั้งจิตตามกระแสธรรมได้

เมื่อพระศาสดาทรงทราบความจึงตรัสเตือนว่า ไม่ควรใส่ใจคำพูดของคนพาลหรือคำหยาบ และไม่ควรไปเพ่งโทษจับผิดกิจที่ทำแล้วหรือยังไม่ได้ทำของผู้อื่น แต่ควรพิจารณาตรวจดูกิจที่ทำแล้วและยังมิได้ทำของตนเองเท่านั้น ทรงแสดงพระคาถาธรรมบทเพื่อสอนใจ ในที่สุดแห่งการแสดงธรรม อุบาสิกาตั้งอยู่ในโสดาปัตติผล และพระธรรมเทศนายังประโยชน์ให้สำเร็จแก่มหาชนเป็นอันมาก

หมวดหมู่คำสอนสำคัญ:

  • การไม่ใส่ใจคำหยาบ: ไม่ควรนำคำแสยงขนหรือคำพูดที่ไม่ดีของผู้อื่นมาใส่ใจให้จิตฟุ้งซ่าน
  • การไม่เพ่งโทษผู้อื่น: ไม่ควรไปมัวสนใจหรือวิพากษ์วิจารณ์ความประพฤติและกิจที่ทำแล้วหรือยังไม่ได้ทำของคนอื่น
  • การสำรวมตน: พึงระลึกพิจารณาและตรวจสอบเฉพาะกิจที่ตนทำแล้วและยังมิได้ทำอยู่เนืองๆ
อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →
ปรับปรุงข้อมูลล่าสุดวันที่ 2026-09-12