พระสูตรนี้กล่าวถึงเหตุการณ์ที่พระพุทธเจ้าประทับ ณ ปราสาทมิคารมารดา ในวันอุโบสถ โดยทรงชื่นชมพระสงฆ์สาวกที่นั่งอยู่อย่างสงบเงียบว่าเป็นกลุ่มบริษัทที่ ปราศจากแกลบ (คือไม่มีความมัวหมอง) มีความบริสุทธิ์และมั่นคงในแก่นธรรม เป็นเนื้อนาบุญอันยอดเยี่ยมของโลกที่ควรค่าแก่การเคารพกราบไหว้และต้อนรับ แม้ผู้ที่อยู่ไกลก็ควรเดินทางมาเพื่อเข้าพบ
พระองค์ได้จำแนกคุณลักษณะของภิกษุในสงฆ์หมู่ใหญ่นี้ออกเป็น 4 ระดับ ตามความสำเร็จในคุณธรรมขั้นสูง ได้แก่
- ผู้บรรลุถึงความเป็นเทพ: คือผู้ที่ทำสมาธิขั้นรูปฌานทั้ง 4 ได้สำเร็จ ซึ่งเป็นภาวะที่หลุดพ้นจากกามและอกุศลธรรม
- ผู้บรรลุถึงความเป็นพรหม: คือผู้ที่เจริญพรหมวิหาร 4 ได้แก่ เมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา แผ่ไปโดยไม่มีประมาณและไม่มีเวรต่อสรรพสัตว์
- ผู้บรรลุถึงความไม่หวั่นไหว: คือผู้ที่ทำสมาธิขั้นอรูปฌานทั้ง 4 ได้สำเร็จ ตั้งแต่การเข้าถึงอากาสานัญจายตนะไปจนถึงเนวสัญญานาสัญญายตนะ
- ผู้บรรลุถึงความเป็นพระอริยะ: คือผู้ที่รู้แจ้งในอริยสัจ 4 อันเป็นความจริงอันประเสริฐ ได้แก่ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ และมรรค
สรุปได้ว่า พระสูตรนี้มุ่งเน้นการยกย่องสงฆ์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ และแสดงให้เห็นถึง เป้าหมายของการปฏิบัติธรรม ในพุทธศาสนา ที่มีตั้งแต่การทำจิตให้สงบเป็นสมาธิ การแผ่เมตตา ไปจนถึงการใช้ปัญญาญาณเพื่อบรรลุถึงความหลุดพ้นจากทุกข์อย่างสิ้นเชิง อันเป็นหัวใจสำคัญสูงสุดของความเป็นพระอริยบุคคล
อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →
แสดงความคิดเห็น
แบ่งปันข้อสังเกต คำถาม หรือข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอุโปสถสูตร